พระธาตุชัยภูมิ อรุณธรรมสถาน ชัยภูมิ



พระธาตุชัยภูมิ หรือ วัดอรุณธรรมสถาน  ตั้งอยู่บนยอดเขาช่องลม บ้านภูสองชั้น อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ  ด้วยความโดดเด่นขององค์พระธาตุที่สร้างขึ้นตามแบบโบราณผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างและศิลปะล้านนาเข้าด้วยกัน จุดเริ่มต้นของพระธาตุชัยภูมินั้น เนื่องจากมีพระสงฆ์รูปหนึ่งที่มีสำนึกรักในบ้านเกิดได้เดินทางกลับมาสร้างองค์พระธาตุแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พุทธศาสนาและเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา เพื่อบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาแห่งใหม่ของจังหวัดชัยภูมิ




พระธาตุชัยภูมิจะมีบันไดทางขึ้นอยู่ 2 ทาง ซึ่งอยู่ทางด้านข้างขององค์พระเจดีย์ แต่ขณะนี้บันไดได้สร้างเสร็จและสามารถใช้งานได้เพียงด้านเดียวก่อนนะคะ  ส่วนอีกด้านกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่ค่ะ  ซึ่งระหว่างทางขึ้นบันได เราสามารถชมความงดงามของงานปูนปั้นที่บันไดได้อย่างใกล้ชิด เป็นงานปูนปั้นรูปสัตว์ต่างๆ มีรายละเอียดเยอะมากทีเดียว แต่ถ้าสังเกตจะมีป้ายเขียนไว้ว่า  “ญ่าบาย” ซึ่งเป็นภาษาอีสาน หมายถึงว่า “อย่าจับ” รู้ความหมายอย่างนี้แล้ว ... ได้โปรดปฏิบัติด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้ลวดลวยศิลปะถูกทำลายหรือชำรุดไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ค่ะ




จริงๆ การเดินทางครั้งนี้ของเรา ... จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่มอหินขาวค่ะ แต่ระหว่างทางเราเห็นป้ายบอกทางไปยังพระธาตุชัยภูมิ จึงเกิดความสนใจขึ้นมาในทันที โดยที่เรามุ่งหน้าไปเที่ยวที่มอหินขาวก่อน แล้วขากลับจึงแวะขึ้นไปชมและกราบไหว้องค์พระธาตุชัยภูมิกันต่อ ด้วยองค์พระธาตุอยู่บนเขา จึงทำให้สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ระหว่างที่ขับรถขึ้นมาจะมีบางมุมที่มองเห็นพระเจดีย์สีขาวตั้งโดดเด่นอยู่บนเขา ทำให้ยิ่งขับรถเข้ามาใกล้ก็ยิ่งเห็นความงดงาม ช่วงที่เราเดินทางมาถึงเป็นช่วงเย็นพอดี ประจวบเหมาะกับมีฝน ท้องฟ้าจึงออกครึ้มๆ แต่อากาศดี เย็นสบาย ถือว่าเป็นความโชคดีที่ได้สัมผัสความสดชื่นเช่นนี้




เมื่อเดินขึ้นไปถึงด้านบนสามารถสัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นสบาย เพราะมีลมพัดลมโบกอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกถึงความสดชื่น ด้านหน้าจะเปิดโล่งทำให้สามารถมองเห็นองค์พระธาตุ และเจ้าพ่อพญาแลที่ตั้งตระหง่านได้อย่างชัดเจน ส่วนองค์พระเจดีย์ที่ใช้สำหรับประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุนั้น ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงปราสาทเรือนยอด ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนศิลปะแบบล้านช้างปางห้ามสมุทรทั้งสี่ทิศ ส่วนยอดองค์พระเจดีย์บุหุ้มด้วยแผ่นทองสำริดสีทองเหลืองอร่ามงดงามยิ่งนัก




ด้านบนมีอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หรือ พระยาภักดีชุมพล เจ้าเมืองคนแรกของจังหวัดชัยภูมิ ผู้ที่ปกป้องแผ่นดินไทยในครั้งอดีต และเป็นที่เคารพบูชาของชาวชัยภูมิ เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของท่าน หลังจากกราบไหว้องค์พระเรียบร้อยแล้ว เราก็มากราบไหว้เจ้าพ่อพญาแลต่อค่ะ เพื่อน้อมถวายสักการะแด่ดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อพญาแล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี ที่ท่านยอมเสียสละชีวิตตนเอง เพื่อรักษาชีวิตไพร่พลไม่ให้ล้มตาย 




ปัจจุบันพระธาตุชัยภูมิยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างอยู่หลายจุดที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้พื้นที่บางโซนอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นการใช้พื้นที่ควรระมัดระวังอุบัติเหตุและระวังการชำรุดของศิลปะต่างๆ ด้วยนะคะ ส่วนด้านนอกสามารถเดินออกไปชมวิวทิวทัศน์ทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว สถานที่ตั้งของพระธาตุชัยภูมิ ยังอยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิด้วยนะคะ เช่น มอหินขาว น้ำตกตาดโตน ฯลฯ และระหว่างสองข้างทางยังเป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านด้วยนะ มีผลไม้วางขายริมทางมากมาย เช่น สับปะรด แก้วมังกร ฯลฯ สามารถจับจ่ายซื้อหาเป็นของฝากได้ค่ะ


มอหินขาว อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ชัยภูมิ



มอหินขาว อีกหนึ่งสถานที่ห้ามพลาด เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดชัยภูมิ เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถือว่ามีความงดงามทางธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคา บริเวณวังคำแคน ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งตั้งห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 40 กิโลเมตรเท่านั้น และปัจจุบันถนนหนทางก็สะดวกมากกว่าแต่ก่อน เป็นถนนลาดยางเกือบตลอดทางเกือบถึงมอหินขาวเลยค่ะ ด้วยความงดงามทางธรรมชาตินี่เอง ที่ทำให้มอหินขาวได้ถูกคัดเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องพระนเรศวรมหาราชของท่านมุ้ยมาแล้วนะเออ




การเดินทางเราเริ่มต้นจากตัวเมืองจังหวัดชัยภูมิ  โดยใช้ถนนสายชัยภูมิ ตาดโตน เป็นถนนลาดยางระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร  แล้วเลี้ยวซ้ายก่อนถึงด่านอุทยานแห่งชาติตาดโตนประมาณ 12 กิโลเมตร จากนั้นให้ไปตามทางซึ่งจะมีป้ายบอกเป็นระยะ เส้นทางไปมอหินขาวเป็นถนนลาดยางเกือบตลอด แต่มีบางช่วงที่ขณะนี้กำลังซ่อมปรับปรุงถนนอยู่นะคะ สองข้างทางจะเป็นวิวพืชไร่ของชาวบ้าน อาทิเช่น สับปะรด แก้วมังกร และมีจำหน่ายผลผลิตตลอดเส้นทางด้วยนะคะ สับปะรดที่นี่อร่อยหวานฉ่ำค่ะ เราเหมามาเต็มท้ายรถเลย อิอิ ซึ่งหินกลุ่มแรกของหมอหินขาวจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งบริเวณนี้เป็นทางโค้งลาดชันโปรดระมัดระวังด้วยนะค่าาาา




ที่มาของชื่อ มอหินขาว เนื่องจากเดิมทีพื้นที่แถวนี้เป็นป่า ต่อมาได้มีคนมาบุกเบิกทำไร่ถางป่า ทำให้พบเจอกับก้อนหินขนาดใหญ่ แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ต่อมามีชาวบ้านได้พบกับความแปลกประหลาด คือ ก้อนหินใหญ่ 5 ก้อน จะมีแสงสีขาวส่องขึ้นมาในทุกคืนวันพระ คนเฒ่าคนแก่สมัยนั้น เลยเรียกที่นี่ว่ามอหินขาว โดยเสาหินและแท่งหินที่มอหินขาวส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว มีรูปร่างและลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตามจินตนาการของผู้ที่ได้พบเห็น บางคนก็เห็นคล้ายกับ เห็ด เต่า เจดีย์ รองเท้าบูธ ฯลฯ นอกจากนี้ก็ยังมี หินทรายแป้ง หินโคลน หินทรายสีม่วง ซึ่งสันนิษฐานว่าก้อนหินขนาดยักษ์เหล่านี้มีอายุประมาณเกือบ 200 ล้านปี และเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียวค่ะ 




เสน่ห์ของมอหินขาวไม่ได้มีเพียงแค่ก้อนหินทรายสีขาวขนาดใหญ่ ที่มีรูปทรงสวยงามแปลกตาเพียงเท่านั้นนะคะ แต่บริเวณโดยรอบยังเต็มไปด้วยผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ จากบริเวณลานมอหินขาวก็สามารถมองเห็นแนวเทือกเขาเบื้องหน้า พร้อมทั้งผืนป่าสีเขียวขจีได้อย่างชัดเจน อากาศโดยรอบบริสุทธิ์สดชื่นและเย็นสบาย ที่นี่เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยอีกด้วย และนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการกางเต็นท์นอนท่ามกลางธรรมชาติ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่นอนชมทะเลดาวที่โรแมนติกที่สุด แต่เรามาถึงที่นี่ปุ๊บ จอดรถปั๊บ เดินได้เพียงไม่กี่ก้าว ฝนเทลงมาอย่างหนัก วิ่งขึ้นรถแทบไม่ทัน เปียกทั้งคน เปียกทั้งกล้อง ขับรถมาตั้งไกล ฝนฟ้าไม่เป็นใจเอาเสียเลย คราวหน้าฟ้าใหม่ต้องมาอีกรอบค่ะ เพราะครั้งนี้เดินสำรวจยังไม่ทั่วเลย เง้ออ


ข้าวสามสี ร้านข้าวแกงรสชาติอร่อย บรรยากาศดี ปากช่อง


ร้านข้าวสามสี ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่จะไปจังหวัดต่างๆ ทางภาคอีสาน ร้านหาง่าย มีป้ายร้านค่อนข้างใหญ่ สามารถมองเห็นได้ในระยะไกล ก่อนจะถึงร้านยังมีป้ายบอกตลอดทางอีกด้วย จุดเด่นของทางร้านจะเป็น ข้าวสามสี ประกอบด้วย ข้าวเจ้าหอมนิล ข้าวกล้องแดง และข้าวขาว นำมาผสมกันแล้วนำไปหุง เป็นข้าวสามสีที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย และอุดมไปด้วยสารอาหารนานาชนิด แต่ถ้าใครไม่ถนัด ทางร้านยังมีข้าวสวยร้อนๆ ให้บริการเช่นกัน ส่วนอาหารที่นี่จะเป็นอาหารไทย และเน้นเป็นอาหารเพื่อสุขภาพค่ะ


ร้านนี้บริการทั้งข้าวแกง และอาหารตามสั่งค่ะ ทุกครั้งที่เราเดินทาง และผ่านเส้นทางนี้ มักจะแวะฝากท้อง สำหรับมื้อเช้าที่นี่เสมอ เนื่องจากร้านเปิดตั้งแต่เวลา 06.30 น. เช้าๆ เราเลือกสั่งข้าวแกงแบบง่ายๆ เพื่อจะได้รีบออกเดินทางกันต่อ ทางร้านจัดวางอาหารได้เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูสะอาดสะอ้าน อาหารแต่ละเมนูทำได้น่าทาน พวกต้มจืดจะตักใส่ถ้วยแล้ว นำไปใส่ในหม้อนึ่งให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาหารสามารถเลือกสั่งได้ทั้งแบบราดข้าว และแบบเป็นกับข้าวค่ะ หลังจากที่เราสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยแล้ว ก็ไปนั่งรอที่โต๊ะได้เลย ไม่ช้าพนักงานก็จะยกอาหารมาเสิร์ฟตามออเดอร์ค่ะ


นอกจากร้านข้าวสามสีจะขายอาหารแล้ว ยังมีชากาแฟ และเครื่องดื่มต่างๆ รวมถึงของหวานด้วยนะคะ นอกจากนั้นยังมีของฝากจำหน่ายอีกด้วย ถือว่าเป็นร้านอาหารริมทางที่จัดได้ครบเครื่องจริงๆ และการจัดร้านก็เป็นธรรมชาติ บรรยากาศภายในกว้างขวาง โปร่งโล่งสบาย สไตล์ Open Air รับอากาศธรรมชาติแบบเต็มๆ มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเย็นสบาย มีบึงน้ำอยู่ทางด้านหลัง มีเสียงน้ำตกเบาๆ ให้ฟังกันเพลินๆ และสิ่งที่สะดุดตาเรามากที่สุด ต้องยกให้กับโต๊ะเก้าอี้ที่นั่งทานค่ะ เป็นไม้แผ่นใหญ่สวยอลังการมาก ทำให้อยากได้สักตัวไปนั่งเล่นที่บ้านเลยค่ะ อิอิ


ลักษณะร้านด้านหน้าจะเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ ปูพื้นด้วยหินกรวด เมื่อลงจากรถเดินตรงเข้าร้าน โซนแรกจะพบกับมุมของฝากอยู่ทางด้านซ้ายมือ พอเดินเข้าไปอีกหน่อย จะพบกับเคาน์เตอร์อาหารอยู่ทางด้านขวามือค่ะ เมื่อเดินถัดเข้าไปด้านในเป็นพื้นยกระดับ ก็จะเป็นโต๊ะนั่งทานอาหาร หากจะเดินตรงไปจะเป็นสะพานเดินไปเข้าห้องน้ำ ตกแต่งได้สวยงามเก๋ไก๋ทีเดียว หากใครสัญจรผ่านไปมา ลองแวะทานดูนะคะ

เบอร์โทรศัพท์     081 - 3631678
เวลาเปิดทำการ   06.30 - 16.00 น.
สถานที่ตั้ง   ถนนมิตรภาพ ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา