งานทุเรียนและผลไม้เมืองลับแล (มหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินลับแล) อุตรดิตถ์ ประจำปี 2562


มีโอกาสได้มาเที่ยวงานเทศกาลทุเรียน และผลไม้เมืองลับแล (มหัศจรรย์ทุเรียนหลง - หลินลับแล) ของจังหวัดอุตรดิตถ์โดยบังเอิญ มาทันงานวันสุดท้ายพอดีเลยค่ะ ถือว่าโชคดีได้ลิ้มรสถึงถิ่นฐาน และได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านเป็นของฝากได้อีกด้วย วันนี้พามารู้จักทุเรียนพันธุ์หลงลับแลกันนะคะ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล มีคุณสมบัติที่โดดเด่นชัดเจน แตกต่างจากทุเรียนพันธุ์อื่นๆ เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ลักษณะผลเล็กกลมรี น้ำหนักลูกมีขนาด 1 - 1.5 กิโลกรัม/ผล มีเนื้อสีเหลือง เนื้อแห้งเหนียวละเอียดไม่มีเส้นใย มีกลิ่นอ่อนไม่ฉุนมาก รสชาติหวานมัน และมีเนื้อมากแต่เมล็ดลีบ ใครที่ได้ลิ้มรสเป็นต้องติดใจถวิลหา และจะลืมรสชาติทุเรียนที่คุณเคยรู้จักไปเลยค่ะ


ปัจจุบันจังหวัดอุตรดิตถ์ กลายเป็นจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากจังหวัดหนึ่ง โดยจะปลูกทุเรียนพันธุ์ดังของเมืองไทย เช่น หมอนทอง ชะนี ก้านยาว กระดุม เป็นต้น แต่สำหรับทุเรียนหลง - หลิน จะมีพื้นที่ปลูกยังน้อยอยู่ จึงทำให้ของดีมีน้อย ราคาทุเรียนหลง - หลิน จึงมีราคาแพงกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ นอกจากนั้น จังหวัดอุตรดิตถ์ยังมีผลไม้อื่นๆ เช่น มังคุด ลางสาด ลองกอง เงาะ กระท้อน สับปะรดห้วยมุ่น ฯลฯ ในทุกๆ ปี ทางจังหวัดอุตรดิตถ์จะจัดงาน "ชิมทุเรียนหลง - หลิน และกินผลไม้คุณภาพ ของดีจังหวัดอุตรดิตถ์" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภค และยังประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นยุทธศาสตร์จังหวัด ภายใต้รูปแบบงาน "ชิม ช้อป แชะ แชร์ ผลไม้นานาพรรณ"


สำหรับงานเทศกาลทุเรียน และผลไม้เมืองลับแล (มหัศจรรย์ทุเรียนหลง - หลินลับแล) จังหวัดอุตรดิตถ์ ประจำปี 2562  ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ณ บริเวณอาคารอเนกประสงค์ สำนักงานเทศบาล ตำบลหัวดง อำเภอลับแล จุดประสงค์ในการจัดงานในทุกๆ ปี เพื่อเป็นการพัฒนา ส่งเสริมอาชีพ และการท่องเที่ยวให้มีมาตรฐาน สนับสนุนให้มีการปรับปรุงพัฒนา การท่องเที่ยวทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาบริการการท่องเที่ยวของท้องถิ่น สร้างความร่วมมือร่วมใจ ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืน                


นอกจากนั้น งานยังถูกจัดเพื่อการอนุรักษ์วัฒนธรรม ภายใต้ชื่อสโลแกนว่า "หิ้วตะกร้า นุ่งผ้าไทย จ่ายตลาด กินทุเรียน" สำหรับเราบังเอิญมาโดยไม่ได้ตั้งใจ เลยไม่ได้จัดองค์ทรงเครื่องให้เข้ากับคอนเซ็ป แต่สำหรับปีหน้า ถ้าเรามีโอกาสได้มาเยือน จะจัดเต็มไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ อิอิ ก่อนจะเข้างานเราไม่ลืมสโลแกน ชิม ช็อป แชะ แชร์ คืองานของเราค่ะ มีเหรอบล็อกเกอร์สายกินเที่ยวอย่างเราจะพลาดได้ ก่อนการช็อป เราต้องชิมพิสูจน์ก่อนนะคะ ยืนแป๊บเดียวหมดไป 2 ลูก ฮ่าๆ คอนเฟิร์มอร่อยจริงรัยจริง ซื้อยกเข่งเลยครับพี่น้อง ก่อนจะซื้อสังเกตป้ายติดบริเวณขั้วทุเรียนก่อนนะคะ ซึ่งเป็นการระบุที่มาของทุเรียนทุกผล เป็นการรับประกันว่าเป็นของแท้ 100% หากผลอ่อน หรือด้อยคุณภาพ สามารถเปลี่ยนคืนได้ทุกผลจ้าาา


ด้วยทุเรียนพันธุ์หลง - หลินลับแล เป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมือง ที่มีเฉพาะพื้นที่อำเภอลับแลเท่านั้น และเป็นทุเรียนที่สร้างชื่อเสียง ให้กับจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากทานอร่อย และทานแล้วไม่เกิดอาการร้อนใน ซึ่งในแต่ละปีจะมีผลผลิตไม่มากนัก หากใครอยากจะทานของดี ของอร่อย ต้องเดินทางมาที่อุตรดิตถ์เท่านั้นนะเออ นับว่าเป็นการจุดประกาย ต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเยือนเมืองลับแล ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เพราะเราเดินทางจากจังหวัดเชียงราย และแวะค้างคืนที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ปรากฎว่าโรงแรมและรีสอร์ทเต็มหมด กว่าจะหาที่พักได้ ขับรถวนหาอยู่พักใหญ่เลยค่ะ สำหรับปีหน้าหากใครจะเดือนทางมาท่องเที่ยวงานเทศกาลทุเรียน วางแผนการเดินทาง สำรองที่พักล่วงหน้าด้วยนะคะ


ห้องอาหาร ริโอ กริลล์ (Rio Grill Restaurant At Asia Airport Hotel)


ห้องอาหาร ริโอกริลล์ (Rio Grill Restaurant) อยู่บริเวณชั้น 10 ภายในโรงแรมเอเชียแอร์พอร์ต ดอนเมือง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.30 น. ในราคาเพียง 599 บาทต่อท่านเท่านั้น เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง ในสไตล์บราซิลเลี่ยน ที่มีความโดดเด่นด้วยสูตรการหมักเฉพาะตัว ที่ใช้เครื่องเทศนำเข้ามาจากประเทศบราซิลโดยตรง ผ่านกระบวนการปรุงด้วยเชฟที่มีฝีมือ และประสบการณ์มากกว่า 30 ปี สำหรับการปิ้งย่างของที่นี่จะใช้เตาถ่าน เพื่อเพิ่มความหอม และโชว์ให้ลูกค้าได้มองเห็นขั้นตอนการปิ้งย่างได้อย่างชัดเจน 


เดินมาถึงบริเวณด้านหน้า จะเจอป้าย "อร่อยเลิศ กับคุณหรีด" เป็นการยืนยันความอร่อยได้อีกหนึ่งเสียง ส่วนบรรยากาศภายในร้านสวยหรูสไตล์โรงแรมมาตรฐานค่ะ มีการจัดวางและตกแต่ง โต๊ะเก้าอี้ได้อย่างปราณีตสวยงาม จัดวางจานช้อนและแก้วน้ำตามมาตรฐานสากล ภายในร้านจัดจำหน่ายไวน์แดงและไวน์ขาว สำหรับสั่งมาดื่มควบคู่กับอาหารเมนูปิ้งย่างต่างๆ ด้วยนะคะ สำหรับบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างของที่นี่ จะมีไลน์อาหารบรรดาปิ้งย่างทั้งหมด 9 รายการ ดังนี้
1.  ขาแกะ  (Lamb Leg)
2.  เนื้อสันใน  (Beef Fillet)
3.  เนื้อกวาง  (Venison Meat)
4.  คอหมู  (Pork Neck)
5.  ปีกไก่  (Chicken Wing)
6.  ไส้กรอกหมู  (Pork Sausage)
7.  ไส้กรอกเนื้อลูกวัว  (Veal Sausage)
8.  ปลาแซลมอน  (Salmon Fillet)
9.  สับปะรด  (Pineapple)


เราเลือกสั่งไวน์แดง ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดนิยม ที่เหมาะสำหรับดื่มคู่กับอาหารได้เกือบทุกประเภท โดยเฉพาะอาหารเมนูปิ้งย่างได้อย่างลงตัว นอกจากนั้น ไวน์แดงยังเพิ่มรสชาติที่แสนอร่อย พร้อมมีความละมุนได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย ซึ่งบุฟเฟ่ต์ในราคานี้ยังมีอาหารทานเล่นมากมายหลายอย่าง สามารถตักทานได้ไม่อั้น จนกว่าจะอิ่มค่ะ  เช่น ซุปเห็ด รสชาติกลมกล่อม  กลิ่นหอม ตักใส่ถ้วยร้อนๆ ซดคล่องคอสุดๆ เลยค่ะ สลัดผัก ที่มาควบคู่กับน้ำสลัดที่หลากหลาย ตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคล สำหรับผักสดๆ ทานคู่กับอาหารปิ้งย่าง แก้เลี่ยนได้ดีค่ะ


ส่วนส้มตำไทย และยำลูกชิ้น รสชาติเผ็ด เปรี้ยว หวาน กำลังดี ส่วนแซลมอนรมควัน อีกหนึ่งเมนูที่เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียวค่ะ ซึ่งไลน์อาหารในส่วนนี้ จะมีการหมุนเวียนกันไป ในแต่ละวันไม่ซ้ำกันนะคะ ระหว่างที่รอเสิร์ฟเมนูปิ้งย่าง เราสามารถหาเมนูในส่วนนี้ รองท้องไปพลางๆ ก่อนได้เลย แต่ต้องระมัดระวังอย่าตัดกำลังตัวเองจนเกินไป จนลืมพื้นที่สำหรับเนื้อปิ้งย่างที่แสนอร่อย ที่กำลังมาถึงในไม่ช้านี้นะคะ เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่เตือน อิอิ


ต่อจากนี้ขอต้อนรับสู่ บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง สไตล์บราซิลเลี่ยน อิ่มอร่อยแบบไม่อั้น อร่อยจริงอร่อยจัง กับเมนูปิ้งย่างที่หลากหลาย อันดับแรกเริ่มต้นด้วยการเสิร์ฟขนมปัง 3 แบบพร้อมเนย ต่อมาพนักงานจะวางจานพร้อมเครื่องเคียง ให้สำหรับทุกๆ คน ภายในจานประกอบไปด้วย มันฝรั่งอบร้อนราดด้วยซอสเนยครีม สตูถั่ว และผักโขมผัดเนย ระหว่างรอเราไม่รอช้า ไปตักน้ำซุปเห็ดมาหนึ่งถ้วย พร้อมขนมปังอีกหนึ่งชิ้น และส้มตำไทยผสมเนื้อปลาแซลมอนอีกหนึ่งชิ้น เป็นการเรียกน้ำย่อยเบาๆ ค่ะ


เมื่อพนักงานเริ่มการเสริ์ฟเมนูปิ้งย่าง ก็จะมีน้ำจิ้มให้จำนวน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะเป็นน้ำจิ้มสไตล์บราซิล ประกอบด้วย ซอสมิ้นท์ไว้ทานกับเนื้อแกะ ซอสโมโย่ เป็นน้ำใสหวานๆ ไว้ทานกับไส้กรอก และซอสกระเทียม เป็นซอสข้นๆ ไว้ทานกับเนื้อสัตว์ต่างๆ และน้ำจิ้มกลุ่มที่สอง เป็นน้ำจิ้มสไตล์ไทยบ้านเราค่ะ คือ น้ำจิ้มไก่ , น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มซีฟู๊ด ไว้สำหรับการทานคู่กับเมนูปิ้งย่าง วิธีการเสิร์ฟของทางร้าน พนักงานจะใช้มีดด้ามยาวคล้ายกับมีดดาบ คอยตัดอาหารหรือใช้มีดกรีดชิ้นเนื้อลงบนจานให้กับลูกค้า เมนูแรกของการเสิร์ฟ คือ ไส้กรอกหมู เนื้อแน่น หอม รสชาติอร่อย ถือว่าเป็นเมนูเริ่มต้นที่เรียกความฮือฮาไม่น้อย ปีกไก่ เราลองเพียงแค่ชิ้นเดียว เพราะรู้สึกทานบ่อยและคุ้นเคยอยู่แล้ว รู้สึกไม่ค่อยเร้าใจเท่าไหร่ เก็บท้องไว้สำหรับเมนูอื่นดีกว่าค่ะ อิอิ


ตามด้วยไส้กรอกเนื้อลูกวัว อร่อยมากค่ะ เพิ่งจะเคยทานเป็นครั้งแรก เป็นเมนูที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ เนื้อสันใน มาแบบไร้มัน เนื้อนุ่มหวาน เนื้อปลาแซลมอน ชิ้นขนาดย่อมกำลังกิน เนื้อไม่แห้งจนเกินไป รสชาติหวานละมุน นุ่มลิ้น กลิ่นหอมลื่นคอ ส่วนคอหมู ตอนแรกกะว่าจะปฏิเสธ เพราะทานบ่อย แต่คิดอีกที ลองชิมสักชิ้นคงไม่เสียหาย ปรากฎว่า รสชาติอร่อยเว่อร์ ถูกปากค่ะ ถ้าไม่ได้ลองชิมน่าเสียดายแย่เลย สุดท้ายเด็ดสุด ต้องขาแกะชิ้นโตๆ ถือว่าไฮไลท์ก็ว่าได้ ห้ามพลาดเลยนะคะ อร่อยจนต้องวนเสิร์ฟอีกรอบ ไม่มีกลิ่นสาบรบกวนจิตใจเลยค่ะ รสชาติสุดประทับใจ เราทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วเข้ากันอย่างลงตัว ส่วนเมนูตบท้าย คือ สับปะรดย่างทานอุ่นๆ เป็นเมนูปิดท้ายที่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี รสชาติ หอม หวานฉ่ำ จัดไป 3 ชิ้นรวด เป็นการปิดท้ายการทานเนื้อได้อย่างดีงาม พร้อมล้างปากและช่วยในการย่อยได้อย่างยอดเยี่ยม และสุดท้ายจริงๆ ด้วยขนมหวานสำหรับท่านละ 1 จาน คือ คัสตาร์ด เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวนิลาค่ะ ใครที่ชื่นชอบการทานแนวปิ้งย่างอยู่แล้ว ลองมาชิมวัตถุดิบคุณภาพดี รสชาติบราซิลเลี่ยน สามารถติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่  02 - 9926999 ต่อ 7332 , 7334