วัดสังกัสรัตนคีรี เขาสะแกกรัง อุทัยธานี



จังหวัดเล็กๆ ณ อุทัยธานีที่มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าหลงใหล เราใช้เวลาเดินทางจากที่พักเพียง 3 นาทีเท่านั้น เราก็มาถึงบริเวณเชิงเขาสะแกกรังทางขึ้นบันไดสู่วัดสังกัสรัตนคีรี  ซึ่งวัดจะอยู่ด้านบนเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดอุทัยธานีมาแต่ช้านาน นับว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ชาวอุทัยธานีให้ความเคารพและศรัทธาเป็นอย่างมาก และวัดสังกัสรัตนคีรียังเป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั่วไปด้วยนะคะ




เมื่อเรามีโอกาสได้มาเยือนจังหวัดอุทัยธานี และชาวพุทธอย่างเราก็ไม่ควรพลาดการเข้าวัดเข้าวาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด อย่างที่เราได้เกริ่นไว้แล้วข้างต้น ว่าวัดสังกัสรัตนคีรีอยู่บนเขาสะแกกรัง ดังนั้น การเดินทางขึ้นเราจะมีสองทางเลือกในการขึ้นยอดเขาสะแกกรังในครั้งนี้ค่ะ คือ การเดินบันไดขึ้นไปสู่ยอดเขามีทั้งหมด 449 ขั้น หากใครอยากจะทดสอบกำลังขาก็ไม่ว่ากันนะคะ และไม่ขัดศรัทธาด้วยนะเออ อิอิ ส่วนเราขอใช้สิทธิ์ทางเลือกที่สอง ณ บัดนาว เราขับรถผ่านถนนข้างสนามกีฬาจังหวัดขึ้นไปด้านบนด้วยระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร สองข้างทางขึ้นเขาจะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ ช่วงเช้าๆ จะมีผู้คนนิยมมาเดินออกกำลังกายด้วยนะคะ




บนยอดเขาสะแกกรังสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้อย่างกว้างขวาง ส่วนทางด้านทิศตะวันตกสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเขตรักษาสัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้อีกด้วย และถ้าเราขึ้นมาบนยอดเขาโดยทางบันไดเรายังสามารถสัมผัสธรรมชาติไปได้อีกแบบ และบนยอดเขาสะแกกรังอากาศดีมากๆ เลยค่ะ ซึ่งทางวัดยังมีจุดชมวิว และจุดนั่งพักผ่อนตามมุมต่างๆ ให้ได้ชื่นชมทัศนียภาพสวยๆ หลังจากที่เราเดินชมความงดงามและสัมผัสบรรยากาศบนยอดเขาสะแกกรังกันแล้ว เราจะพาไปยังศาสนสถานที่ให้เข้าไปกราบไหว้พระพุทธรูปสำคัญ ทั้งวิหารพระพุทธรูป วิหารพระบรมสารีริกธาตุ ศาลเจ้าจีนค่ะ




บนยอดเขาสะแกกรังนี้  ชาวอุทัยธานีถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีศาสนสถานสำคัญอยู่หลายอย่างด้วยกัน เมื่อเดินทางมาถึงบนยอดเขาแล้ว เราต้องไปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองกันก่อนนะคะ ซึ่งรอยพระพุทธบาทได้ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑปทรงไทย ตั้งโดดเด่นอยู่บริเวณลานกว้างตรงบันไดทางขึ้นทางลงเขาสะแกกรังค่ะ หากเราเดินขึ้นทางบันไดก็จะพบมณฑปทรงไทยเป็นอันดับแรก แต่หากเราขับรถขึ้นมาก็ต้องเดินเข้ามาด้านในสุด ด้านในมณฑปทรงไทยรอบๆ รอยพระพุทธบาทจำลองนี้ จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ โดยรอยพระพุทธบาทจำลองนี้ได้ถูกย้ายมาจากวัดจันทารามค่ะ




เมื่อกราบไหว้พระพุทธบาทจำลองภายในมณฑปทรงไทยกันแล้ว เดินออกมาทางด้านหน้าจะพบกับระฆังมหึมาอายุกว่า 100 ปี แขวนอยู่ด้านหน้ามณฑปทรงไทย ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ในพุทธศักราช 2443 ทางพระภิกษุสงฆ์ได้บอกกับเราว่า หลังจากที่สักการะพระพุทธบาทแล้ว อย่าลืมไปตีระฆังด้วยนะโยม เพราะเมื่อมีโอกาสได้ขึ้นมาถึงยอดเขาสะแกกรังกันแล้ว หากพลาดโอกาสตีระฆังกันล่ะก็ ก็คงเสมือนว่ายังมาไม่ถึงเมืองอุทัยธานีค่ะ ... ซึ่งหลายคนก็บอกว่าอย่างนั้นค่ะ




อุทัยธานีดินแดนมรดกโลกที่ยังคงมนต์เสน่ห์แห่งความสุขของผู้คน และมีความหลากหลายของวิถีชีวิต ที่มีทั้งชาวไทย จีน ลาว และกะเหรี่ยง ได้อาศัยอยู่รวมกันเป็นชุมชน แม้จะต่างวิถีชีวิต ต่างวัตนธรรม แต่ก็สามารถผสมผสานจนกลมกลืนกันได้ จนเป็นเอกลักษณ์ของเมืองอุทัยธานี ที่ยังคงมีความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนา ที่มียอดเขาสะแกกรังเป็นศูนย์กลาง ทั้งทางด้านศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอุทัยธานีตลอดมา นอกจากนี้ภายในบริเวณบนยอดเขาของวัดสังกัสรัตนคีรี ยังเป็นสถานที่รวบรวมพระพุทธรูปในยุคต่างๆ ไว้ให้เราได้สักการะในคราวเดียวกัน รวมถึงพระพุทธรูปปางประทานพร และพระสังกัจจายน์ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณลานกลางแจ้ง




ประชาชนและนักท่องเที่ยวจะนิยมขึ้นมากราบไหว้ขอพร จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่เป็นจำนวนมากในทุกๆ วัน เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตและหน้าที่การงาน เพราะที่นี่นอกจากจะได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองอุทัยธานีจากบนยอดเขาสะแกกรังแล้ว ยังได้อิ่มบุญสบายใจกันอีกด้วย ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันธรรมดา แต่ว่าบรรยากาศภายในวัดสังกัสรัตนคีรีก็ไม่ได้เงียบเหงาแต่อย่างใด เราขึ้นมาที่นี่ค่อนข้างเช้ามากๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีประชาชนคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยขึ้นมาบนนี้เช่นกัน




เราได้อ่านบทความหนึ่งในเว็บไซต์แห่งหนึ่งว่า ในเรื่องการทายนิสัยจากที่เที่ยวสุดโปรด บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ในบทความนั้นได้กล่าวไว้ว่า “วัยรุ่นมักชอบทะเล แต่ผู้ใหญ่มักชอบภูเขา” คำพูดนี้ดูเหมือนจะจริง หรือเป็นแค่รสนิยมการท่องเที่ยวกันแน่ แต่เราเชื่อว่าทุกคนไม่ได้ชอบการท่องเที่ยวแบบเดียวกันหมด ทุกคนย่อมมีแหล่งท่องเที่ยวที่ตัวเองโปรดปราน และคุณรู้หรือไม่ว่า สถานที่ท่องเที่ยวสุดโปรดของคุณนั้น มันบ่งบอกถึงอุปนิสัยลึกๆ ของคุณอยู่ คนที่ชอบเที่ยววัดหรือโบราณสถาน มักเป็นคนที่ชอบความเงียบสงบ หัวเก่า หัวรั้น แต่จิตใจดี ใจเย็น มีน้ำใจ เป็นคนนอบน้อม ชอบอะไรเรียบง่าย เข้าใจชีวิต ช่างคิด มีเหตุมีผล มีหลักการ และเป็นที่พึ่งพาของผู้อื่นได้ แฮ่ๆ (ไปต่อเลยได้ไหม ...) ใกล้กับมณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง ยังมีวิหารพระพุทธรัตนมุนี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีพระพุทธรูปให้เราได้กราบไหว้ ซึ่งจริงๆ แล้ว รอบบริเวณวัดสังกัสรัตนคีรีจะมีพระพุทรรูปเรียงรายแทบจะทุกจุดเลยค่ะ หากใครที่ชื่นชอบการเข้าวัดทำบุญ และกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่น่าจะตอบโจทย์ให้คุณได้ดีทีเดียว




เราเดินย้อนกลับมาทางเดิมที่เราจอดรถไว้ ก็พบกับศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปปั้นพระเกจิอาจารย์มากมาย ซึ่ฃวัดสังกัสรัตนคีรียังมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมด้วยนะคะ เราเดินเข้าไปด้านในก็รู้สึกถึงความสงบร่มเย็นขึ้นมาทันที และเบื้องหน้าของเราก็เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม เทวรูป และเซียนองค์ต่างๆ อยู่ภายในวิหาร โดยมีแท่นบูชาสำหรับประชาชนที่มากราบไหว้หรือถวายของ และมีกระถางธูปใหญ่สำหรับปักธูปบูชาค่ะ ซึ่งเจ้าแม่กวนอิมมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่นับถือบูชา เพราะนอกจากเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลแล้ว ยังมีความเชื่อว่าจะสมหวังดังปรารถนาด้วยนะคะ 




เราเดินย้อนกลับมาทางเดิมที่เราจอดรถไว้ ก็พบกับศาลาการเปรียญขนาดใหญ่ ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปและรูปปั้นพระเกจิอาจารย์มากมาย ซึ่ฃวัดสังกัสรัตนคีรียังมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมด้วยนะคะ เราเดินเข้าไปด้านในก็รู้สึกถึงความสงบร่มเย็นขึ้นมาทันที และเบื้องหน้าของเราก็เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม เทวรูป และเซียนองค์ต่างๆ อยู่ภายในวิหาร โดยมีแท่นบูชาสำหรับประชาชนที่มากราบไหว้หรือถวายของ และมีกระถางธูปใหญ่สำหรับปักธูปบูชาค่ะ ซึ่งเจ้าแม่กวนอิมมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่นับถือบูชา เพราะนอกจากเรื่องอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อันเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลแล้ว ยังมีความเชื่อว่าจะสมหวังดังปรารถนาด้วยนะคะ 




เมื่ออิ่มอกอิ่มใจกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกันต่อ แต่ก่อนขึ้นรถมีร้านรวงขายของอยู่หลายร้านทีเดียว ชอบชิ้นไหนอยากบูชาอะไรเดินๆ ดูกันก่อน พ่อค้าแม่ค้าใจดีไม่ว่าอะไร เพราะเราหยุดดูอยู่นานไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาแสดงตัวเลยค่ะ ฮ่าๆ  สมควรแก่เวลาที่เราจะเดินทางกันต่อ สำหรับทริปนี้กับการมาเยือนจังหวัดอุทัยธานี ทำให้เราได้สัมผัสว่าเมืองอุทัยธานี เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากกว่าจะเป็นจังหวัดทางผ่านอีกต่อไป 


ร้านเจ๊ดา ปลาลวก อุทัยธานี


ร้านเจ๊ดาปลาลวก เป็นร้านอาหารมีชื่อของจังหวัดอุทัยธานี อยู่บริเวณวงเวียนห้าแยกใกล้ตลาดสดเทศบาล เป็นร้านห้องแถวสองคูหา เปิดให้บริการในช่วงเย็น ร้านเจ๊ดาปลาลวก เป็นร้านอาหารเย็นกึ่งๆ ร้านข้าวต้มค่ะ รายการอาหารของทางร้านมีไม่มากนัก แต่อาหารเด็ดเกือบทุกเมนู ส่วนใหญ่รายการอาหาร จะเป็นจำพวกปลาน้ำจืดเป็นหลักค่ะ เพราะจังหวัดอุทัยธานีส่วนใหญ่ จะประกอบอาชีพประมงน้ำจืด เพราะความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำสะแกกรัง ชุมชนแพจะเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งมีทั้งปลาสวาย ปลาแรด และปลาเทโพ ฯลฯ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังของอุทัยธานี ถือว่าขึ้นชื่อว่าเนื้อนุ่ม หวาน และอร่อยกว่าที่อื่นๆ เพราะไม่มีกลิ่นโคลนอย่างเช่นปลาแรดจากที่อื่น จนกรมประมงต้องยกให้ปลาแรด เป็นปลาน้ำจืดประจำจังหวัดอุทัยธานี ส่วนราคาอาหารแต่ละจานอยู่ที่ 50 - 100 บาทเท่านั้น เมนูที่เราสั่งมาทั้งหมด ขอยกนิ้วให้กับ ต้มยำลูกชิ้นปลาค่ะ รสชาติจัดจ้านเข้มข้นมากๆ ลูกชิ้นเหนียวนุ่มเด้งดึ่ง ส่วนปลาแรดสามรสรสชาติดีกลมกล่อม และปลาแรดลวกจิ้ม ด้วยเนื้อปลาที่สด ทำให้มีรสชาติหวาน ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดยิ่งเพิ่มอร่อยค่ะ ร้านเจ๊ดาปลาลวกถือว่าอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ ต้องขอบอกว่าร้านนี้อร่อยและราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ

เบอร์โทรศัพท์     056 - 571409
เวลาเปิดทำการ   16.30 - 23.00 น.
สถานที่ตั้ง   ถนนท่าช้าง ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี


เงียบสงบ & สบาย รีสอร์ท อุทัยธานี



รีสอร์ทเล็กๆ ที่เราได้ไปเยือนในโอกาสที่เราเดินทางไปทำบุญเมื่อเร็วๆ นี้ ณ จังหวัดอุทัยธานี เมืองเล็กๆ ที่เรายังไม่มีโอกาสได้มาสัมผัสเลยสักครั้ง เนื่องจากจังหวัดอุทัยธานีอยู่ใกล้กรุงเทพเพียงนิดเดียว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จังหวัดนี้ จะเป็นเพียงทางผ่านของใครหลายๆ คน อุทัยธานีจึงเป็นจังหวัดที่เราตั้งใจเดินทางมาท่องเที่ยวในครั้งนี้ เนื่องจากเราตั้งใจเดินทางมาทำบุญที่นี่ด้วย จึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ทั้งเรื่องเที่ยวและได้ทั้งเรื่องบุญไปในคราวเดียวกัน ก่อนการเดินทางเราหาข้อมูลที่พักไว้ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกและไม่เสียเวลามากนักเมื่อไปถึงยังจุดหมายแล้ว




สงบ & สบาย รีสอร์ท ตั้งอยู่ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี อยู่ใกล้กับเชิงเขาสะแกกรัง และบนยอดเขาสะแกกรังยังเป็นสถานที่ตั้งของวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองและเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในจังหวัดอุทัยธานีมาอย่างช้านาน ดังนั้น การเดินทางง่ายและสะดวกมาก สามารถหารีสอร์ทได้ไม่ยากค่ะ โดยทางเข้าก่อนที่จะถึงรีสอร์ทเป็นถนนชนบทเล็กๆ แต่รถยนต์สามารถสัญจรได้อย่างสบายค่ะ ที่นี่เป็นรีสอร์ทบ้านหลังเล็กสไตล์บ้านน็อคดาวน์ มีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกพักมากมาย




รีสอร์ทติดชายเขาแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ กับบรรยากาศสบายๆ ที่เป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง เหมาะสำหรับกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง รีสอร์ทแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ตรงที่ตั้งทำเลของทางรีสอร์ทมากกว่า เพราะอยู่ในสภาพแวดล้อมและใกล้ชิดธรรมชาติอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากวิถีชีวิตชาวบ้านที่หาได้ยากในเมืองหลวงที่เราพบเจอเช่นในทุกๆ วัน เมื่อมีโอกาสได้มาพักผ่อนต่างจังหวัดทั้งที ลองเปลี่ยนบรรยากาศพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้บ้างนะคะ




รูปภาพทั้งหมดเราลุกขึ้นมาเก็บภาพในตอนเช้า เพราะเมื่อวานตอนเย็นได้เข้ามาเช็คอินแล้ว ก็นำกระเป๋าเข้าห้องพักเสร็จ ก็ขับรถออกไปทานข้าวกันข้างนอกเลย ทำให้ไม่มีเวลาได้เดินสำรวจพื้นที่ และกว่าจะกลับเข้าที่พักก็มืดสนิทแล้วค่ะ ตื่นมาตอนเช้าถือโอกาสเดินออกกำลังกายและสูดอากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางทุ่งนาที่เขียวขจี รู้สึกชีวิตสโลว์ไลฟ์จะเกิดขึ้นที่นี่อีกครั้ง เวลานี้ยังเช้าอยู่มาก ขอเดินออกกำลังกายรอให้แสงสว่างมากพอที่จะเก็บภาพมากกว่านี้หน่อยนะคะ บรรยากาศดีทีเดียว อากาศเย็นสบาย ชีวิตคนเมืองหลวงอย่างเรา หาโอกาสสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์แบบนี้ได้ยากจริงๆ ยืนกางแขนพร้อมกับหลับตาสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ให้ร่างกายได้รับสิ่งดีดีเสมือนร่างกายได้รับอาหารทิพย์ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวย




พื้นที่ตรงนี้สำหรับทานข้าวเช้านะคะ เป็นอาคารเปิดโล่งก่อสร้างแบบเรียบง่าย มีโต๊ะทานข้าวไม่มากก็จริง แต่ก็เพียงพอต่อจำนวนลูกค้า และระหว่างรอทานข้าวก็มีทีวีให้ดูด้วยนะคะ บรรยากาศเสมือนอยู่บ้านจริงๆ ส่วนในเรื่องอาหารเช้าที่นี่มีให้เลือกไม่มากนัก จะมีข้าวต้มหมูสับเพียงอย่างเดียว นอกนั้นก็มีมุมกาแฟโอวัลติลพร้อมแยมและขนมปังปิ้ง พนักงานจะจัดถ้วย จาน ช้อน และแก้วน้ำ เตรียมไว้ให้เรียบร้อย พร้อมกับกระติกน้ำร้อนเสียบปลั๊กให้เรียบร้อยเช่นกัน ส่วนใครจะทานอะไรอย่างไรก็บริการตัวเองได้เลยค่ะ อาหารเช้าจะบริการเวลา 07.00 – 10.00 น. ของทุกวัน ด้วยความที่เช้าเกินหรือคนอื่นตื่นสายก็ไม่รู้สิ!! เราเดินเพียงลำพังมันเงียบมาก หมุนตัวมองไปรอบๆ เงียบสงบสมกับคอนเซ็ปที่ทางรีสอร์ทนำมาตั้งชื่อเสียเหลือเกิน เราเดินเล่นจนทั่วบริเวณแล้ว แม้แต่พนักงานสักคนก็ยังไม่มีให้เห็นเลย จึงแอบไปชะโงกตรงซุ้มทานข้าวสำหรับเช้านี้ ที่ทางพนักงานบอกกับเราไว้เมื่อวานตอนเย็น ยังไม่เห็นมีอาหารเช้ามาวางเลย แห่ะๆ แอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนที่จะหันหลังไปอาบน้ำก่อนดีฟ่า




สุดท้ายนี้ ... มาชมบ้านพักแต่ละแบบแต่ละสไตล์กันดีกว่า ที่นี่มีบริการบ้านพักหลากหลายรูปแบบและหลากหลายราคา และบ้านแต่ละหลังก็ตั้งชื่อได้ไพเราะนัก เช่น บ้านวิลล่าหลากสี บ้านเรือนไม้หอม บ้านฟ้าคราม บ้านพวงแสด บ้านมรกต บ้านพลอยชมพู บ้านสวนสวยแฟมิลี่ และยังมีห้องประชุมชื่อบ้านบุศราคัมด้วยนะคะ แต่ทั้งนี้ราคาบ้านพักสำหรับที่นี่เริ่มต้นที่ 450 บาทเท่านั้นค่ะ ซึ่งก่อนที่เราจะออกเดินทางได้เปิดหาข้อมูลที่พักที่จังหวัดอุทัยธานี จากการ Search Engine เราได้ข้อมูลที่พักมา 2 – 3 สถานที่ที่โดนใจ และที่นี่เป็นสถานที่ที่เราถูกใจมากที่สุด ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง เช่น ถูกใจชื่อรีสอร์ท “เงียบ & สงบ” แค่ชื่อก็กินขาดแล้วค่ะ ถูกใจอันดับต่อไป คือ บ้านพักแต่ละหลังสีสันน่ารักดีค่ะ ที่พักสวย ราคาเบาๆ แบบนี้มีด้วยหรือ??




เราเลือกบ้านพักเรือนไม้หอม 2 หลัง ในราคาคืนละ 550 บาทค่ะ บ้านแต่ละหลังมีที่จอดรถด้านข้าง สะดวกสบายไม่ต้องกลัวรถหายค่ะ ระเบียงด้านหน้ามีโต๊ะนั่งเล่นด้วยนะคะ พอเปิดประตูเข้าไปด้านในบอกได้เลยว่าพื้นที่ไม่กว้างนัก เล็กกะทัดรัดแต่ก็ไม่อึดอัดนะคะ ภายในห้องมีบริการ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ทีวี เครื่องทำน้ำอุ่น น้ำดื่มฟรี 2 ขวด และ Fee WiFi มีประกันกุญแจ 200 บาทด้วยน๊า สามารถขอคืนเงินได้หลังจากทำการเช็คเอ้าท์และคืนกุญแจค่ะ




นอกจากนั้น สงบ & สบาย รีสอร์ท ยังมีเรือนบุษราคัมให้บริการห้องประชุมสัมมนาแก่ทุกๆ ท่าน ที่สนใจจะมาจัดกิจกรรมหรือสังสรรค์เป็นหมู่คณะ ทั้งแบบครอบครัวหรือหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการใช้สถานที่ในการจัดประชุมสัมมนานอกสถานที่ ทางรีสอร์ทสามารถรองรับผู้เข้าร่วมประชุมสัมมนาได้ตั้งแต่ 30 – 100 ท่าน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน และมีที่จอดรถสะดวกสบาย หากสนใจห้องพักหรือห้องประชุมสัมมนา สามารถติดต่อสอบถามทางรีสอร์ทได้โดยตรง ตามหมายเลขนี้นะคะ  087 – 2016074 , 080 – 0288699




การท่องเที่ยวให้มีความสุขในแต่ละครั้ง เราคำนึงการหาที่พักโดยการอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น สภาพแวดล้อม ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางสะดวกสบาย อาหารการกินพร้อม เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราอย่างยิ่งในฐานะนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง ดังนั้น ส่วนใหญ่เราจะวางแผนก่อนออกเดินทางเสมอ โดยการหาข้อมูลที่พักผ่านทางอินเตอร์เน็ต และนำมาเปรียบเทียบในเรื่องราคาและสภาพห้องพักก่อนการตัดสินใจ ซึ่งการเข้าพักที่นี่ เราค่อนข้างพึงพอใจและรู้สึกคุ้มค่าคุ้มราคาค่ะ บ้านพักแม้จะเล็ก แต่ก็สะอาด บรรยากาศดีมากนะคะ