หลวงปู่ทิม พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดละหารไร่ ระยอง


วัดละหารไร่  เป็นวัดในตำนานที่มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง คือ หลวงปู่ทิม อิสริโก พระปฏิบัติธรรม ที่สั่งสมคุณงามความดี และโดดเด่นในเรื่องวัตถุมงคล จนทำให้มีพุทธศาสนิกชนทั่วไป ต่างให้ความเคารพ เลื่อมใส และศรัทธา แม้กาลเวลาจะผ่านไปเพียงใด แต่พลังความศรัทธาในหลวงปู่ทิม อิสริโก ก็ไม่เสื่อมคลาย ทุกวันนี้ก็ยังคงมีประชาชนทั่วไป เดินทางหลั่งไหลไปสักการะ ขอพรอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งวัดแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยมีหลวงพ่อสังข์เฒ่าเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด แต่ทว่าวัดแห่งนี้กลับเลื่องลือ และเป็นที่รู้จักโดยกว้างขวาง ในสมัยที่หลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นเจ้าอาวาสค่ะ


เนื่องจากหลวงปู่ทิม อิสริโก ท่านเป็นยอดคณาจารย์ที่มีพลังจิตแก่กล้า รูปหนึ่งของภาคตะวันออกก็ว่าได้ ท่านเป็นคนชอบสันโดษ ถือสมถะเรียบง่าย ไม่ยึดติดทรัพย์สินใดๆ และท่านยังฉันอาหารเพียงมื้อเดียวเท่านั้น และท่านยังไม่ฉันเนื้อสัตว์อีกด้วยนะคะ ซึ่งได้เห็นแล้วว่าท่านสามารถละกิเลสทั้งหลายทั้งปวงได้ และเมื่อเดินทางมาถึงวัดละหารไร่ สิ่งที่สามารถสะกดทุกสายตาทุกคนได้เป็นอย่างดี เมื่อได้เดินเข้าสู่วัด เราก็จะพบเห็นรูปหล่อหลวงปู่ทิม สีทองเหลืองอร่ามงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 12 เมตร และมีความสูง 29 เมตร ขนาดองค์ใหญ่มาก สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลเลยค่ะ  


นอกจากนั้น หลวงปู่ทิม อิสริโก ยังเป็นที่กล่าวขานกันว่า ท่านเป็นพระอาจารย์ผู้ที่มีคาถาวิชา ด้านความศักดิ์สิทธิ์ ของภาคตะวันออกเลยทีเดียว ที่ชาวจังหวัดระยองให้การนับถือเป็นอย่างมาก ซึ่งบารมีของหลวงปู่ทิม ได้ถูกเล่าขานไว้อย่างมากมาย เช่น  น้ำมนต์เดือด แคล้วคลาด ยิงไม่ถูก ยิงไม่เข้า ถ่ายรูปหลวงปู่ไม่ติด ถ้าไม่ได้ขออนุญาติเสียก่อน และอีกหลายๆ เรื่องที่ได้เล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน จึงทำให้ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย แม้ว่าท่านจะมรณภาพล่วงลับไปแล้วก็ตาม แต่ความศักดิ์สิทธิ์และบารมีของท่าน ยังคงถูกกล่าวขานจวบจนถึงทุกวันนี้ค่ะ


หลวงปู่ทิม มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก กับวัตถุมงคลที่ท่านได้สร้างขึ้นมา หลายต่อหลายรุ่นด้วยกัน เพื่อหาปัจจัยมาบูรณะภายในวัด ที่ชำรุดทรุดโทรมต่างๆ ไม่ว่าท่านจะสร้างวัตถุมงคลออกมากี่รุ่นกี่แบบ ก็ล้วนได้รับความนิยม และเป็นที่แสวงหาของบรรดาลูกศิษย์ลูกหา และพุทธศาสนิกชนผู้ศรัทธาเลื่อมใส วัตถุมงคลที่สร้างขึ้น เป็นครั้งแรกและรุ่นแรก ชื่อว่า "ฉลองสมณศักดิ์" ประกอบไปด้วย เหรียญรูปเหมือนหลวงปู่ทิม ผ้ายันต์ และตะกรุด แต่วัตถุมงคลของหลวงปู่ทิมที่ได้รับความนิยมมาก และมีราคาเช่าบูชาที่สูง เช่น พระกริ่งชินบัญชร ซึ่งจากที่เราได้ฟังๆ เซียนพระคุยกัน เห็นว่าปัจจุบันมีราคาเช่าถึงหลายล้านบาทเชียวนะคะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นวัตถุมงคลรุ่นไหน ของหลวงปู่ทิมนะคะ อยากเห็นเป็นบุญตาจังเลยค่ะ


จริงๆ เราเดินทางมาเยือนที่นี่ นานหลายเดือนแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะมีโอกาสมาเขียนรีวิว ซึ่งเราไปในวันนั้นทางวัดมีงานยกช่อฟ้าพอดี นอกจากจะได้ไหว้หลวงปู่ทิม พระเกจิชื่อดังแล้ว ถือว่าโชคดีมีโอกาสได้ทำบุญ ตั้งจิตอธิษฐานขอพร เสริมสิริมงคลให้กับตัวเองเลยค่ะ คาถาของหลวงปู่ทิมสั้นๆ จดจำได้ง่าย "มะอะอุ ทุกขัง อนิจัง อนัตตา พุทโธ พุทโธ" ซึ่งหลวงปู่ทิมท่านบอกว่าเป็นคาถาที่ดี และอยู่ที่คนปฏิบัติด้วยนะคะ ให้นึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คาถาบทนี้จะประสบผลสำหรับผู้ที่ปฏิบัติเป็นประจำ จะอำนวยโชคกับบุญกรรมของบุคคลนั้นค่ะ


นอกจากจะได้สักการะ รูปหล่อของหลวงปู่ทิมองค์ใหญ่แล้ว ยังได้กราบไหว้อัฐิฐาตุ , หุ่นขี้ผึ้งเสมือนจริงของหลวงปู่ทิม และไหว้พระประธานที่หลวงปู่ทิม ปั้นจากดินวังสามพระยาอีกด้วยนะคะ หลังจากที่กราบไหว้พระเกือบจะทั่ววัด เราเจอน้องแมวด้วยค่ะ ด้วยความน่ารักและคุ้นเคยกับคนแปลกหน้า เรานั่งเล่นกับน้องแมวอยู่นานพอสมควร เพราะถือโอกาสมานั่งหลบร้อน แอบเล่นกับน้องในห้องแอร์เย็นสบายเลยค่ะ ฮ่าๆ วัดละหารไร่นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ควรค่าแก่การนมัสการขอพรค่ะ


ภายในวัดมีอีกหลายสถานที่ สำหรับการกราบไหว้ค่ะ อย่างเช่น พระฤาษี อิสะริโกมุนี หากใครที่มาเดินเล่นแถวนี้ ก็จะพบกับกองทัพไก่ ที่มีจำนวนมากกว่าพันตัว ซึ่งกองทัพไก่นี้ มาพร้อมกับความเชื่อและความศรัทธา ที่มีต่อพระฤาษี ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังกุฏิเก่าของหลวงปู่ทิมค่ะ ซึ่งไก่มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ มากมายละลานไปหมด ที่มาพร้อมกับเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ มากมาย เช่น ดอกไม้ พวงมาลัย น้ำเขียว น้ำแดง ชาวบ้านบอกว่าจำนวนไก่มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนต้องขยายพื้นที่ในการวางไก่เลยทีเดียว


ภายในวันยังมีอีกหลายโซน ที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น หรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และมีมุมถ่ายรูปกันด้วยค่ะ เช่น กุฏิ , เจดีย์ และบริเวณสะพานข้ามน้ำ ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จได้ไม่นาน โดยสะพานข้ามน้ำนี้ ทางวัดละหารไร่ได้สร้างขึ้นมา เพื่อเชื่อมกับลานจอดรถฝั่งตรงข้ามค่ะ เพราะเวลาในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลวันหยุดยาว จะมีประชาชนเดินทางมาที่นี่ กันอย่างเนืองแน่นจนลานจอดรถของทางวัด มีไม่เพียงพอ จึงทำให้สะพานนี้กลายเป็นไฮไลท์ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปเช็คอินกันค่ะ ใครที่มาจังหวัดระยองแล้ว ยังไม่เคยแวะมาที่นี่ ลองหาเวลาและโอกาสแวะเวียนเข้ามาสักครั้งนะคะ


Sleepless Corner ร้านอาหารกึ่งบาร์ ให้ความบันเทิงยามค่ำคืนในเมืองหาดใหญ่


Sleepless Corner  เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม กึ่งบาร์ในเมืองหาดใหญ่ ถือว่าเป็นศูนย์รวมบรรดาเหล่าวัยรุ่น และหนุ่มสาววัยทำงาน ตลอดจนคนมีอายุอย่างเราๆ ลักษณะร้านขนาดกลาง ตัวร้านสไตล์โมเดิร์น เปิดโล่ง Outdoor ไม่มีห้องแอร์นะคะ บรรยากาศร้านน่านั่ง มีดนตรีสดขับกล่อมตลอดคืน เหมาะสำหรับการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง หรือเดอะแก็งค์มานั่งดื่มเคล้าเสียงเพลง พร้อมๆ กับการเม้าท์มอย เฮฮาปาร์ตี้ ถือว่าเป็นร้านสำหรับการรีแลกซ์สมอง หลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงาน มานั่งผ่อนคลายด้วยการจิบเครื่องดื่มเบาๆ และฟังเพลงเพราะๆ เสริมสร้างความบันเทิง สำหรับการชาร์ตแบตให้กับตัวเองค่ะ  ซึ่งทางร้านให้บริการทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม ที่มาพร้อมกับบทเพลง จึงทำให้มีลูกค้าทยอยเข้ามาใช้บริการ ตั้งแต่ร้านเริ่มเปิด ยิ่งในคืนวันศุกร์ หรือวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ คนจะเยอะมากเป็นพิเศษ เห็นว่าต้องจองโต๊ะกันเลยทีเดียว สำหรับเราสบายหน่อย มีเจ้าถิ่นคอยดูแล แถมพักโรงแรมอยู่ใกล้ๆ ร้าน สามารถเดินด้วยเท้าได้สบาย สำหรับโต๊ะเราเน้นดื่มเบาๆ ไม่เมาไม่เลิก ไม่ใช่แก้วเดียวตลอดคืนน้าา


บล็อกนี้รีวิวเอาใจขาเที่ยวที่ชอบท่องราตรีหน่อยนะคะ ถ้าเที่ยวสไตล์นี้คงจะหลีกหนีเครื่องดื่มจำพวกของมึนเมาต่างๆ ไปไม่ได้ กับเครื่องดื่มสุดแรง ไม่แน่จริง ใจไม่เด็ด ร่างกายไม่พร้อม เชิญป้ายหน้าค่ะ การเที่ยวกลางคืนควรจะดูแลตัวเองด้วยนะคะ แต่สำหรับเราสบายมาก แก็งค์ใหญ่!! ประชันระหว่างทีมหาดใหญ่ & ทีมกรุงเทพฯ ระหว่าง 3 สาว 2 รุม 1 เราก็ไม่กลัวน้าา มาไกลอย่าทำให้เสียชื่อ ฮ่าๆ  สำหรับการเริ่มต้นที่ดี เราต้องดื่มแบบไล่สเต๊ปนะเออ เรามีกรรมการผู้ทรงเกียรติ จัดเครื่องดื่มมาให้พร้อมสรรพ มาดูกันเลยว่าเครื่องดื่มของสาวๆ มีอะไรกันบ้าง

**  Pink Lady  ค็อกเทลสีหวาน ดื่มง่าย หวานอมเปรี้ยวกำลังดี รสชาตินุ่ม แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นเครื่องดื่ม เหมาะสำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ เหมาะสำหรับเป็นแก้วเปิดงานค่ะ 
**  Kamikaza  เป็นค็อกเทลที่หลายๆ คน คงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะรสชาติถูกปาก สำหรับเครื่องดื่มชนิดนี้ มีหลายสูตรค่ะ แต่สูตรที่ทุกคนรู้จักมักจะเป็นบลูกามิกาเซ่ ซึ่งเป็นสีฟ้าอ่อนๆ 
**  Rainbow Shot's  ค็อกเทลสีหวานหลากสีสัน เรนโบว์เจ็ดสีมณีเจ็ดแสง อิอิ ที่มีความหลากหลายทางรสชาติ ของแต่ละแก้วจากการไล่เฉดสีค่ะ ดูสวยงามเหมือนสายรุ้งใช่ไหมค่ะ แต่ความแรงบอกเลยว่า ตาดีได้ ตาร้ายเสียนะเออ เพราะมีส่วนผสมของวอคก้า 


**  B52 ซึ่งค็อกเทลตัวนี้ มาจากเหล้า 3 ประเภท มีอนุภาพไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ที่มีดีกรีความร้อนแรง ตัวนี้ต้องจุดไฟ แล้วความโหดของมันก็ยิ่งทวีคูณ เพียงแค่แก้วเดียว สายอ่อนบางคนถึงกับสลบ ควรดื่มขณะที่กำลังร้อนๆ ที่ไฟกำลังลุกอยู่ เอาหลอดดูดให้หมดในคราวเดียว แล้วจะได้รสชาติที่สุดยอด ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย  ซึ่งเป็นค็อกเทลที่นิยมดื่มในยามค่ำคืน ที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็นค่ะ ว่าแต่พวกเราดื่มกันถูกฤดูใช่ไหม?? ฮ่าๆ
**  ทิ้งดิ่ง  สุดยอดค็อกเทล ที่มีลีลาระทึกไม่เหมือนใคร โดยใช้เทคนิคของแรงโน้มถ่วงของโลก คือ การทิ้งดิ่งแก้วช็อตใบเล็ก ลงไปในแก้วไซส์ใหญ่ ที่เป็นแก้วเบียร์ เมื่อแก้วช็อต 2 ใบที่คาอยู่ปากแก้ว ได้ทิ้งตัวลง เกิดการผสมผสานทางรสชาติ อย่ารอช้าค่ะ รีบยกซดทันที ก็จะได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติเหนือพรรณา ทำให้เลือดลมสูบฉีดอย่างแรงส์ มันซู่ซ่าส์จนบอกไม่ถูก อิอิ


**  ลงขัน Sleepless ค็อกเทลตัวใหม่ ที่คิดค้นสูตรจากทางร้าน มาแบบไทยๆ ประดุจดื่มน้ำฝนจากขันน้อยๆ รสชาติอร่อย บอกเลยว่าห้ามพลาด!! 
**  เตกีล่า ค็อกเทลตัวนี้ เป็นเครื่องดื่มล้มช้าง ต้องบอกเลยว่า "ไม่แน่จริง อย่าริลอง" ดื่มแบบช็อตเพียวๆ พร้อมเกลือและมะนาวหั่น รสชาติบาดคอ แก้วนี้เหมาะสำหรับเก็บไก่อ่อนหลายๆ คน คือว่าเป็นการปิดงานอย่างท้าทายค่ะ

งานนี้ดื่มจริง แบบไม่ต้องใช้แสตนอิน สามารถเดินกลับโรงแรมได้แบบชิลๆ พร้อมกับความสะใจนิดๆ ล้มเจ้าถิ่นได้เฟ้ย ไม่เสียชื่อคนกรุงเต๊บ!! ใครที่ไม่อยากปล่อยให้ค่ำคืนผ่านไปอย่างเดียวดาย สามารถแวะมาหาความหรรษาได้ที่ Sleepless Corner ได้ในทุกๆ วัน ตั้งแต่เวลา 18.30 - 01.00 น. สำหรับเครื่องดื่มนั้น มีให้เลือกมากมาย ลองแวะมาสัมผัสบรรยากาศ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ภายใต้เสียงเพลงที่ขับกล่อมตลอดคืนค่ะ


แม่ปิงริเวอร์ไซด์ อาหารอร่อยริมแม่น้ำปิง กำแพงเพชร


แม่ปิงริเวอร์ไซด์ ร้านอาหารริมแม่น้ำปิงในเมืองกำแพงเพชร ในบรรยากาศที่เรียบง่าย สามารถมองเห็นวิวอีกฝั่งได้อย่างชัดเจน ภายในร้านโล่งโปร่งสบายค่ะ มีลมโกรกเย็นตลอดเวลา สไตล์โอเพ่นแอร์ มีทั้งโซนกลางแจ้งริมแม่น้ำปิง ที่สามารถรับบรรยากาศได้แบบจัดเต็ม และอีกแบบเป็นโต๊ะที่อยู่ภายในศาลา มีหลังคาปกคลุม เนื่องจากเราเดินทางมาถึงร้าน ยังมีแสงแดดอยู่บ้าง เลยเลือกนั่งในศาลาดีกว่าค่ะ เพราะสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำปิงได้เหมือนกัน ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านไฮไลท์ประจำจังหวัดกำแพงเพชรเลยนะคะ


ทางร้านให้บริการอาหารได้รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน หรือเป็นเพราะเรามาเร็วเป็นโต๊ะแรกก็ไม่รู้นะคะ พอนั่งได้สักพักใหญ่ๆ ลูกค้าเริ่มทยอยมาเรื่อยๆ จนบริเวณลานโล่งโต๊ะเต็มภายในพริบตาค่ะ จุดเด่นของทางร้าน คือ มีนักดนตรีมาขับกล่อมเสียงเพลงสดๆ ทั้งเพลงเพื่อชีวิต และเพลงสากลสไตล์คันทรี่ ให้ลูกค้าที่มาทานอาหารได้ฟังเพลงกันเพลินๆ ค่ะ มันเข้ากับบรรยากาศริมแม่น้ำเสียเหลือเกิน เสียงเพลงก็เพราะ รสชาติอาหารก็อร่อย เราจึงไม่แปลกใจว่าทำไม พอตกยามเย็นปุ๊บ ลูกค้าถึงได้ทยอยเข้ามาใช้บริการอย่างเนืองแน่น ทั้งๆ ที่เป็นวันธรรมดาแท้ๆ


ในเรื่องอาหารทางร้านมีหลากหลายเมนู ให้เลือกทานและลิ้มรสค่ะ เราเน้นอาหารที่เป็นวัตถุดิบที่หาได้จากพื้นบ้าน อย่างเช่น ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม แค่จานแรกก็ทำให้เราเกิดความมั่นใจแล้วค่ะ ว่าทางร้านมีฝีมือในการทำอาหารจริงๆ ทอดได้กำลังดี และรสชาติดีอีกต่างหาก เมนูถัดมา ปลาคังผัดฉ่า รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง และหอมสมุนไพรต่างๆ เช่น ใบมะกรูด พริกไทย กระชาย เมนูนี้จะทานเป็นกับข้าวหรือกับแกล้มก็ได้น้าา ส่วนเมนูถัดมา ยำปลาทับทิมทอด เนื้อแล่ได้อย่างสวยงาม และทอดได้กรอบนอกนุ่มใน รสชาติดีเวอร์อร่อยทุกคำค่ะ รสชาติเยี่ยมยกนิ้วให้เลยค่ะ ส่วนเมนูนี้แอบหลายใจหน่อยนะคะ เพราะทั้งสองเมนูต่างก็เป็นเมนูเด็ดของทางร้านค่ะ แกงคั่วหอยขมก็อยากทาน แกงคั่วเผ็ดเถาะก็อยากลอง เราเลยสั่งพิเศษเลยค่ะ แกงคั่วหอยขมใส่เห็ดเถาะไปด้วย เริ่ดหรูอลังการจ้าา อิอิ


อีกหนึ่งเมนูไฮไลท์อย่าง ปลาช่อนเผาเกลือ ที่มาพร้อมกับน้ำพริก 3 แบบ คือ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกหนุ่ม และน้ำพริกแจ่ว  ชอบผักเครื่องเคียงอย่างมะเขือเผาและแซมผักกาดดองมาให้ด้วยค่ะ ส่วนลาบคั่วก็อร่อยค่ะ คล้ายลาบทางอีสานแต่มาสไตล์ลาบทางเหนือ ทานคู่กับแคบหมู แปลกและอร่อยค่ะ ปิดท้ายรายการด้วย เฉาก๊วยชากังราว มาถึงกำแพงเพชรแล้วไม่ทานเหมือนมาไม่ถึงนะคะ นอกจากนั้นทางร้านมีอาหารแนะนำด้วยน้าา จิ้งหรีดไข่คั่วซอส และ ลาบจิ้งหรีดไข่ค่ะ ใครอยากลองแวะมาชิมได้จ้าา ส่วนเราไม่ค่อยจะถนัดแนวนี้ อิอิ 

เบอร์โทรศัพท์     055 - 722455 , 081 - 9738038
เวลาเปิดทำการ   17.00 - 24.00 น.   
สถานที่ตั้ง   ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร



ร้านคุณเจน (Khun Jane's Restaurant) ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต


ร้านคุณเจน (Khun Jane's Restaurant) อยู่ภายในห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต บริเวณชั้นใต้ดินฝั่งเซนทรัล เป็นร้านอาหารไทย ที่เปิดมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปีเห็นจะได้ วันนี้เรามาธุระแถวนี้ และมีโอกาสได้แวะมาชิมอาหาร ในบรรยากาศไทยๆ ภายในร้านตกแต่งจัดโต๊ะเก้าอี้ ได้เป็นระเบียบเรียบร้อย ทางร้านมีรายการอาหารให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารทานเล่น กับข้าว หรือ อาหารจานเดียว และอาหารเจ รวมถึงสลัดต่างๆ ด้วยค่ะ ที่นี่ในการปรุงอาหารทางร้านไม่ใส่ผงชูรสนะคะ คงจะถูกใจคนที่รักสุขภาพ มื้อนี้เราสั่งอาหารอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

**  เต้าหู้ทอด อาหารทานเล่นเรียกน้ำย่อยค่ะ ราคา 80 บาท
**  ข้าวผัดแกงเขียวหวานกุ้งไข่เค็ม ราคา 100 บาท
**  น้ำพริกลงเรือ ราคา 100 บาท
**  กุ้งผัดสะตอหมูสับ ราคา 150 บาท
**  ต้มยำรวมมิตรน้ำใส ราคา 150 บาท
**  บัวลอยเผือกไข่หวาน (จำราคาไม่ได้)

โดยรวมรสชาติอาหารใช้ได้ค่ะ อย่างเช่น ข้าวผัดแกงเขียวหวานจืดไป ถ้าเพิ่มรสชาติความเข้มข้นจะอร่อยเลยค่ะ ส่วนต้มยำรสชาติแซ่บ ต้องยกนิ้วให้กับความอร่อย รายการปิดท้าย อย่าลืมบัวลอยไข่หวานนะคะ สำหรับเราไข่ยางมะตูมเท่านั้นถึงจะอร่อยค่ะ ถ้าพูดถึงราคาก็ไม่แพงมาก แต่พนักงานที่นี่หน้าตาไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเลย ถ้าปรับปรุงการบริการของพนักงานหน้าร้านได้ บรรยากาศคงจะดีกว่านี้ค่ะ ใครที่ชื่นชอบอาหารไทย อยากทานอาหารในบรรยากาศไทยๆ ลองแวะมาทานกันดู ทานอิ่มแล้ว ยังสามารถเดินย่อยช้อปปิ้งภายในห้างได้อีกด้วย

เบอร์โทรศัพท์     02 - 9580250
เวลาเปิดทำการ   10.30 - 21.00 น.
สถานที่  ห้างฟิวเจอร์พาร์ค ถนนพหลโยธิน ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี