คุกขี้ไก่ ตำนานแห่งปากน้ำแหลมสิงห์ จันทบุรี


คุกขี้ไก่ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำแหลมสิงห์ อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี อยู่ใกล้ตึกแดง และชายหาดแหลมสิงห์ เป็นสถานที่ไม่กว้างมากนัก บนเนื้อที่ 3 งาน 45 ตารางวา ตัวอาคารของคุกยังคงสภาพไว้แบบเดิม ตั้งแต่ครั้งเมื่อสมัย 100 กว่าปีที่ผ่านมา ให้เป็นหลักฐานยืนยันถึงเหตุการณ์ในยุคของการช่วงชิงอาณานิคม เป็นเสมือนภาพเล่าเรื่องราว ที่ทำให้คนไทยและคนเมืองจันทร์ได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมืองจันทบุรีค่ะ


คุกขี้ไก่ เป็นคุกโบราณ ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ.2436 หรือ ร.ศ.112 ที่มีลักษณะเป็นเสมือนป้อมสี่เหลี่ยมจัตุรัสลบเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐมอญ มีขนาดความกว้าง 4 เมตร ความยาว 4 เมตร และมีความสูงประมาณ 10 เมตร โดยไม่ได้มีปรับเปลี่ยนหรือบูรณะแต่อย่างใด แต่ปัจจุบันคุกขี้ไก่ได้รับการดูแลสภาพภูมิทัศน์เป็นอย่างดี มีการปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมจัดพื้นที่เป็นทางเดินสวยงาม สามารถเดินชมได้โดยรอบ ไม่มีรั้วกั้น จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถแวะมาชมได้ตลอดเวลาค่ะ


ถ้าดูจากรูปภาพเหมือนว่าคุกจะเอียงนะคะ ไม่ใช่เกิดจากฝีมือการถ่ายภาพนะเออ แต่เพราะว่าคุกเอียงจริงๆ เนื่องจากทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลานั่นเอง เราเดินทางมาเยือนที่นี่เป็นครั้งที่ 2 ทุกๆ ครั้งที่มาก็ยังคงมีความรู้สึกแบบเดิมๆ เพราะดูจากสภาพภายนอกแล้ว ไม่เหมือนคุกเลยค่ะ จะคล้ายป้อมเสียมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่กังขามานาน เพราะนักประวัติศาสตร์ หรือ นักโบราณคดีอิสระ ได้ให้ความเห็นว่า คุกขี้ไก่ไม่มีจริง แต่ที่เห็นนั่นคือ ป้อมฝรั่งเศสที่มาสร้างไว้เพื่อสังเกตการณ์ข้าศึก ยามที่มีเรือเข้าออก แม้เวลาจะผ่านมาแล้ว 100 กว่าปี เรื่องนี้ก็ยังรอการพิสูจน์ ว่าตกลงแล้ว คือ คุกขี้ไก่ หรือ ป้อมฝรั่งเศส กันแน่


แต่จากที่เราได้อ่านมาหลายๆ ที่ ก็บอกว่า แต่เดิมเชื่อกันว่าฝรั่งเศสได้สร้างที่นี่เป็นป้อมปืน และป้อมตรวจการณ์ปากน้ำแหลมสิงห์ ที่เรียกกันว่า ป้อมฝรั่งเศสค่ะ แต่ต่อมาได้ใช้เป็นที่กักขังนักโทษ ทั้งคนญวน คนจีน  รวมถึงคนไทยที่ต่อต้านฝรั่งเศส โดยการขังคนไว้ด้านล่าง ส่วนด้านบนเป็นที่เลี้ยงไก่ แล้วให้ไก่ถ่ายอุจจาระใส่นักโทษ เพื่อเป็นการเหยียบหยามศักดิ์ศรีประมาณนั้น แม้สถานที่แห่งนี้เมื่อครั้งอดีตจะเป็นความทรงจำที่เลวร้าย และรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจของชาวจันทบรุี แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแห่ง ที่ถูกพัฒนากลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดจันทบุรีไปแล้วค่ะ


ครั้งแรกที่เรามาเยือนที่นี่ ได้เพียงแต่เดินเล่นและถ่ายรูปด้านนอกเท่านั้น แต่ครั้งนี้ลองเข้าไปชมด้านในกันดีกว่า สามารถเข้าไปชมได้นะ ประตูทางเข้ามีเพียงด้านเดียวเท่านั้น ทางเข้าทั้งเล็กและเตี้ย ต้องก้มสุดตัวเลยค่ะ หลังคาเดิมเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องทรงพีระมิด ปัจจุบันหลังคาได้ชำรุดหมดแล้ว จึงปล่อยไว้แบบเปิดโล่งอย่างที่เราๆ เห็นกัน มีช่องหน้าต่างเรียงทั้ง 4 ด้าน ลักษณะหน้าต่างสูงแคบ เป็นเสมือนช่องสำหรับการเล็งปืน ส่วนด้านบนเป็นช่องระบายลมอยู่ 2 แถว พอให้แสงและอากาศผ่านเข้ามาได้ แต่ช่องมีขนาดเล็กแคบ คนไม่สามารถออกไปได้นะคะ 


คุกขี้ไก่ ด้วยสภาพที่เราไปเห็นและได้สัมผัสกับสถานที่แห่งนี้ นักโทษคงจะอยู่กันอย่างแออัด และทุกข์ทรมานมาก เพราะอากาศด้านในค่อนข้างจะร้อนอบอ้าว เนื่องจากช่องลมมีขนาดแคบ เกินกว่าลมจะเข้าออกถ่ายเทได้สะดวก คุกแห่งนี้ได้ใช้ทรมานนักโทษที่ต่อต้านทหารฝรั่งเศสมายาวนานถึง 11 ปี ก่อนที่ทหารฝรั่งเศสจะถอนกำลังออกจากเมืองจันทบุรี ในปี พ.ศ.2447  จึงได้ปิดตำนานลงในที่สุด ปัจจุบันจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่คู่กับจังหวัดจันทบุรี ที่ใครๆ มาถึงแหลมสิงห์ แล้วต้องมาเยือนกันแทบทุกคน