อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ประจำปี 2560 เชียงใหม่



อุทยานหลวงราชพฤกษ์
ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

อีกครั้งกับการได้มาเที่ยวชมความงามของธรรมชาติและดอกไม้สวยงามหลากหลายสายพันธุ์ ปีนี้เป็นอีกปีที่เราเดินทางสู่ภาคเหนือค่อนข้างบ่อยมาก จึงมีโอกาสได้มาเยือนอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับที่นี่เราบอกเลยนะคะ .... ว่ามาครั้งเดียวไม่เคยพอ และครั้งเดียวก็เที่ยวไม่หมด เพราะที่นี่มีพื้นที่กว่า 468 ไร่  ภายในมีสิ่งปลูกสร้างมากมาย ดอกไม้นานาพันธุ์ และสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ที่นี่เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และศูนย์กลางการเรียนรู้พืชสวนโลกด้วยนะคะ




ออกตัวก่อนเลย ทริปนี้เราตั้งใจมาก ตั้งใจต้องหาเวลาเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่ก่อนกลับกรุงเทพให้ได้ เมื่อมีความมุ่งมั่นเราต้องทำให้สำเร็จนะเออ แต่ปรากฎว่าไม่มีใครเออออกะเราสักคน สุดท้ายกลายเป็นคนที่ถูกเทอยู่คนเดียว เง้ออ เมื่อเสร็จจากธุระแล้ว เขาก็พาเรามาลอยแพที่นี่ รถจอดเทียบด้านหน้าอย่างสง่างามมาก แต่พอเราก้าวลงจากรถพร้อมปิดประตู รถก็กระชากออกไป ณ จุดนั้นอย่างรวดเร็ว สงสัยเกรงกว่าเราจะเปลี่ยนใจ เหอๆ รู้จักเราน้อยไปเสียแล้ว คริคริ เรามีเวลาสำหรับที่นี่ 3 ชั่งโมงเต็มๆ เพราะฉะนั้นเราต้องทำเวลาค่ะ เพราะด้านในพื้นที่ค่อนข้างกว้างยังต้องเข้าไปเก็บรายละเอียดอีกเยอะ ว่าแล้วเราไปซื้อตั๋วก่อนนะเออ คนไทย (ผู้ใหญ่) 100 บาทค่า มีบริการนั่งรถรางชมสวนฟรีด้วยน้าา เมื่อได้ตั๋วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดแรกต้องรีบวิ่งมาเก็บภาพบริเวณด้านหน้าก่อนเลย อิอิ แดดค่อนข้างแรงค่ะ เพราะใกล้เที่ยงแระ แสงโอเวอร์เกิน คงได้ภาพสวยเนอะ ฮ่าๆ




เราใช้เวลาสำหรับที่นี่ 3 ชั่วโมงเต็ม โดยไม่ได้ใช้บริการรถรางแม้แต่น้อย แฮ่ๆ บอกแล้วว่า ความพยายามสูง ฮ่าๆ เพราะหากนั่งรถรางคงจะเก็บรายละเอียดไม่ทั่วถึงแน่ๆ เราไล่เก็บภาพบรรยากาศแต่ละจุดไล่จากด้านนอกสู่ด้านใน เมื่อผ่านประตูเข้ามาภายในงานแล้ว ก็พบกับแปลงสวนดอกไม้และอุโมงค์ไม้ดอกสุดแสนโรแมนติก ที่มีความยาวกว่า 70 เมตรค่ะ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับสถานที่นี้กันเล็กน้อยนะคะ เพื่อจะได้ย้อนวันวานเมื่อครั้งที่นี่เปิดตัวครั้งแรกค่ะ อาจจะเป็นเกร็ดความรู้เล็กน้อยสำหรับผู้ที่สนใจไม่มากก็น้อยค่ะ หากผิดพลาดประการใด โปรดให้อภัยนะเออ แฮ่ๆ




อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา ในวันที่ 9 มิถุนายน 2549 และพระองค์ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ส่วนในการตั้งชื่ออุทยานหลวงราชพฤกษ์นั้น หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประธานมูลนิธิโครงการหลวง ได้มีลายพระหัตถ์ถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2552 ขอพระราชทานชื่อสวน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ว่า  สวนหลวงราชพฤกษ์  ต่อมาท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อสวนดังกล่าวว่า อุทยานหลวงราชพฤกษ์ นับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2553 และได้รับพระราชทานชื่อภาษาอังกฤษว่า “Royal Park Rajapruek”




อุทยานหลวงราชพฤกษ์  เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้พืชสวนโลก และวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และของประเทศไทย ที่นี่จะมีการจัดแสดงพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด การจัดแสดงนิทรรศการด้านการเกษตรและอื่นๆ เพื่อการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อการศึกษางานวิจัย และเป็นแหล่งพบปะในกลุ่มเกษตรกร ที่นี่หากใครยังจำกันได้ .....  ยังเคยใช้เป็นสถานที่จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549  และมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2554 ที่มีการจัดดอกไม้งามหลากหลายสายพันธุ์ ชูช่อ เบ่งบานนับแสนนับล้านดอกค่ะ




ปีนี้สำหรับงานอุทยานหลวงราชพฤกษ์  ได้ถูกจัดขึ้นภายใต้ชื่องานว่า เมื่อดอกไม้ในสวนของพ่อบาน ... เรียนรู้ เดินตาม งานของพ่อ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 28 กุมภาพันธ์ 2560 ภายในงานนี้มี 9 จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดชมนะคะ อาทิ ไฮไลท์แรก นิทรรศการ 7 ทศวรรษ กษัตริย์นักพัฒนา ไฮไลท์ที่ 2  ดิน น้ำ ป่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ สวนเกษตรทฤษฎีใหม่  ไฮไลท์ที่ 3  เรียนรู้ประวัติความเป็นมาของมูลนิธิโครงการหลวง  ไฮไลท์ที่ 4  ล้านเหตุผลที่คนไทยรักในหลวง ร.9  ไฮไลท์ที่ 5  ร่วมรังสรรค์ สร้างสังคมที่ดีผ่านหน่วยงานภาคี ไฮไลท์ที่ 6  ชมไม้ดอกเมืองหนาวนับล้านดอกจากมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง ไฮไลท์ที่ 7 อิ่มบุญ สุขใจ กับเส้นทางสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล  ไฮไลท์ที่ 8 ตลาดสินค้าเกษตร  และ  ไฮไลท์ที่ 9 กิจกรรมพิเศษและกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ 




นับว่าเป็นการจัดงานเพื่อเป็นการสืบสานต่อพระราชปณิธานแนวพระราชดำริ เผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และเพื่อให้ประชาชนคนไทยได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เรียนรู้และซาบซึ้งในพระจริยวัตร พระอัจฉริยภาพ พร้อมหลักการทรงงานที่ประชาชนชาวไทยต้องนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต




หากใครได้แวะมาเที่ยวที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด คือ หอคำหลวง อาคารที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมท้องถิ่นล้านนา ภายใต้แนวคิดที่ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ ศูนย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทย  โดยหอคำหลวงได้ถูกสร้างบนเนินดิน ออกแบบสถาปัตยกรรมโดยนายรุ่ง จันตาบุญ จำลองมาจากภาพหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในอดีต และออกแบบศิลปกรรมภายในอาคาร โดยนายปรีชา เถาทอง เน้นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว




มาชมหอคำหลวงในมุมต่างๆ กันนะคะ ไม่ว่าจะเป็นมุมใกล้หรือมุมไกลก็สวยไม่แพ้กันค่ะ แต่ที่แน่ๆ แดดร้อนม๊ากก คงจะมีเราแค่คนเดียวกระมังที่เดินสะพายกล้องฝ่าแสงแดด ปราศจากร่มและหมวก เหงื่อท่วมตัวเลยครัช ทำไงได้ค่ะ อยากได้รูปก็ต้องทนกันหน่อย เด่วเดินรอบๆ วนอีกสักหน่อย จะแว๊บไปทานข้าวแล้วค่ะ มื้อเที่ยงยังไม่มีข้าวตกถึงท้องสักเม็ดเลย พูดถึง 9 จุดไฮไลท์แล้ว เราพลาดเยอะเลยค่ะ แห่ะๆ เนื่องจากมีเวลาที่จำกัด 3 ชั่วโมงจริงๆ ไม่สามารถกระทำได้ ขนาดเร่งฝีเท้าก็แล้ว จะแอบอู้ยังไม่มีเล้ย!! ไปทานข้าวก่อนน๊าา ฟิ้ววว




ประทังชีวิตด้วยข้าวผัดกุ้งกะน้ำส้มคั้นหนึ่งขวด เมื่อเด็กยกมาเสิร์ฟ อึ้งไปชั่วขณะ!! จานแค่เนี่ยอิ่มมั้ยเนี่ย??  แอบเขี่ยๆ นับกุ้งได้ 3 ตัว ก้มหน้าก้มตาทานไปอย่าคิดมาก เดี๋ยวมื้อเย็นค่อยจัดหนักไม่ต้องจ่ายอีกต่างหาก แค่คิดก็ฟินแระ ฮ่าๆ ทานมื้อนี้ผ่านพ้นไปก่อนนะเออ ราคาค่าอาหารในนี้ ราคาค่อนข้างสูงค่ะ อาจจะเพราะนักท่องเที่ยวไม่มีทางเลือกก็เป็นได้ เราคิดไปเองนะ ... อิ่มแล้ว กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เดินกันต่อไป เพราะเวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที จุดต่อไปเราจะพาไปชมดอกไม้สวยๆ กันดีกว่าค่ะ แต่บอกเลยว่า ของจริงสวยกว่าในภาพเยอะเลย อยากให้มาชมด้วยตนเอง แล้วจะบอกว่าน่าสนใจเพียงใด แม้แดดจะร้อนก็ตาม แต่ความสวยงามก็ทำให้เราสดชื่นนะค่าา ฮิ้ววว




หลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จุดแรกในการชมดอกไม้สวยๆ ไม่ต้องเดินไกลเลยค่ะ เพียงไม่เกิน 10 ก้าว เราก็จะพาทุกคนมาพบและยลโฉมกับดอกกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ จะได้ชมความสวยงามของเรือนกล้วยไม้ ที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้สกุลเอื้อง และกล้วยไม้ไทย กว่า 100 ชนิด ที่สามารถหาชมได้ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ที่เดียวเท่านั้นนะคะ อาทิ เอื้องผึ้ง เอื้องคำ เอื้องสายน้ำนม เอื้องเก๊ากิ่ว เอื้องมอนไข่ เอื้องสายเชียงใหม่ เอื้องเข็มแสด เอื้องปอยขุนตาล เอื้องแปรงสีฟัน ฯลฯ รวมทั้งกล้วยไม้ไทยและดอกไม้ไทยนานาพรรณที่จะบานสะพรั่งสวยงามตลอดทั้งงาน รวมไปถึงกล้วยไม้ทั้งพันธุ์แท้และพันธุ์ผสม และพบกับปะติมากรรมต้นไม้ของพ่อหลากหลายรูปแบบมากๆ ค่ะ 




ระหว่างที่เรากำลังจะเดินไปชมดอกไม้สวยๆ จุดอื่นกันต่อ พอดีเราเดินผ่านตรงนี้ค่ะ  เลยแวะเก็บภาพมาให้ชมกัน เป็นสวนนานาชาติถือว่าเป็นไฮไลท์เลยนะคะ เพราะสวนแห่งนี้เป็นสวนนานาชาติที่ได้รับความนิยมมากคงหนีไม่พ้น สวนประเทศภูฏาน สวนแห่งเทือกเขาหิมาลัยซึ่งสะท้อนแนวคิด อยู่อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ สวนที่ตกแต่งได้อย่างสวยงามที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยและความจงรักภักดีที่มีต่อราชวงศ์จักรีของไทย ภายในอุทยานหลวงราชพฤกษ์แบ่งเป็นพื้นที่ของสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก แต่ละสวนต่างก็แสดงถึงความงดงามของลักษณะทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศของตน ... ถือน่าสนใจมากค่ะ 




มาแย้วว ถึงแย้ว นะคร้าบพี่น้องเอ้ยย สวนเนเธอร์แลนด์ สัญลักษณ์ของประเทศนี้ คือ ต้องมีกังหันลม ต้องมีโคนม แต่เราหาดอกทิวลิปไม่เจออ่ะ ฮ่าๆ เรามาช้าอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย ช้าตล๊อด เฮ้ออ ไม่ต้องเสียใจไป ในเมื่อไม่มีทิวลิปเราก็เก็บภาพอื่นๆ มาให้ชมนะค่าา พอจะทดแทนกันได้มั้ยเนี่ย ฮี่ๆ เนื่องจากดอกทิวลิปเริ่มเหี่ยวเฉาไปค่อนข้างเยอะ ทางอุทยานหลวงราชพฤกษ์จึงได้นำดอกไม้อื่นมาปลูกทดแทนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแทนค่ะ ไม่ต้องเสียใจกันน่าา สีสันสวยงามไม่แพ้กัน ปีหน้าวนเวียนมาอีกครั้ง ถ้ามีเวลา แล้วเราจะเก็บภาพมาให้ชมกันแน่นอน




เก็บภาพดอกไม้ในสวนของพ่อมาให้ชมกันค่ะ ความงามของไม้ดอกเมืองหนาวนับล้านดอกจากโครงการหลวง พร้อมชมไม้ดอกเมืองหนาวนานาพรรณจากมูลนิธิโครงการหลวง และโครงการพัฒนาพื้นที่สูง ที่กำลังบานสะพรั่งเต็มสวนให้ได้ยลโฉม ทุกวินาทีที่เราอยู่ในอุทยานหลวงราชพฤกษ์รู้สึกอบอุ่นใจบอกไม่ถูกค่ะ ทุกย่างก้าวที่เราเดินไปเจอกับทุกสิ่ง และสายตาที่เราเห็นไม่ว่าจะมองไปทางไหน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่พ่อหลวงได้ฝากไว้ให้กับคนไทยทุกคน บทเพลงที่เปิดอยู่ภายในสวนตลอดเวลา ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของคนไทยทุกคน  เชื่อว่า ... ทุกคนคิดถึงคนบนฟ้า!!




ควรแก่เวลาตามเวลานัดหมายกับ 3 ชั่วโมง ที่เราได้เดินชมและเก็บภาพมาให้ได้ชมกันก็มีเพียงเท่านั้นค่ะ ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบทุกจุดจริงๆ ค่ะ หากต้องการเที่ยวแบบให้ครบทุกจุด สงสัยต้องเต็มวันนะคะ จะได้มานั่งเฝ้าเก็บภาพแสงแรกและแสงสุดท้าย คงจะได้ภาพเยอะทีเดียว นี่แค่ 3 ชั่วโมงภาพไม่เยอะเลยเนอะ ฮ่าๆ สุดท้ายนี้ขอจบทริปนี้แต่เพียงเท่านั้นนะคะ ไว้จะนำภาพและการท่องเที่ยวที่อื่นมาให้ชมกันค่ะ อาจจะรีวิวช้าไปหน่อย แต่ก็ยังพอมีข้อมูลไว้สำหรับการวางแผนปีหน้านะเออ ฮ่าๆ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น