วิหารหลวงพ่อดำ แสมสาร สัตหีบ



แม้ว่าสัตหีบจะเป็นเพียงอำเภอเล็กๆ แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลมากมาย ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมเยียนอย่างต่อเนื่อง เพราะการเดินทางที่ค่อนข้างสะดวกสบาย อยู่ห่างจากพัทยาไม่มากนัก หากเดินทางมาสัตหีบให้ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทขับไปประมาณ 25 กิโลเมตร ก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามและสะอาด เนื่องจากพื้นที่ทางทะเลในสัตหีบส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่การดูแลของราชนาวีไทย และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี  เมื่อนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาแล้ว มักจะติดอกติดใจและกล่าวถึงในความสวยงามของชายหาดที่ขาวสะอาดและมีน้ำทะเลใส ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินทางกลับมาท่องเที่ยวสัตหีบกันอยู่เสมอ




สัตหีบไม่ได้มีเพียงทะเลและชายหาดที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิเช่น สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ วัดวาอารามที่พุทธศาสนิกชนควรมาเยี่ยมชมและสักการะสักครั้ง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว  ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พาเที่ยวและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของสัตหีบมาพอสมควรแล้ว ทริปนี้เรายังคงปักหลักกันอยู่ที่สัตหีบกันอยู่เลย อิอิ  แต่วันนี้เปลี่ยนบรรยากาศพาเข้าวัดกราบไหว้พระดีกว่าเนอะ เราคนไทยหัวใจพุทธ อย่าห่างเหินวัดวาอารามกันนะเออ 




ขณะนี้เราเดินทางมาถึงวิหารหลวงพ่อดำ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวหมู่บ้านช่องแสมสาร ที่สร้างขึ้นมาอย่างงดงามภายในวิหารจตุรมุข ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อดำนั่นเอง  หรือพระสัมพุทธมหามุนีศรีคุณาศุภนิมิต พระพุทธรูปปางสมาธิสูง 4 เมตร แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปลงรักสีดำ แต่ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในองค์พระพุทธรูปนี้ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมานมัสการปิดทององค์พระ จนปัจจุบันองค์พระพุทธรูปนี้ได้กลายเป็นสีทอง หลวงพ่อดำเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงหาปลาในท้องทะเล ก่อนจะออกเรือหาปลาทุกครั้ง ชาวบ้านมักจะมากราบไหว้ขอพรท่านให้โชคดีและรอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง และเดินทางกลับมาอย่างปลอดภัย ภายในวิหารผนังทั้งสามด้านจะประดับประดาด้วยจิตรกรรมฝาผนังแสดงถึงพุทธประวัติลวดลายวิจิตรอันอ่อนช้อย ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน  และด้านนอกมีเจดีย์ขาวตั้งประดิษฐานอยู่เคียงข้างวิหารหลวงพ่อดำด้วยค่ะ




นอกจากได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอพรกันแล้ว ที่นี่ยังมีวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่เราสามารถมองเห็นวิวในมุมสูงได้ 360 องศาด้วยนะคะ และที่นี่มีมุมถ่ายภาพรออยู่อีกเพียบ!! แต่ต้องขยันเดินชมรอบๆ วัดนะเออ บริเวณบนวิหารหลวงพ่อดำสามารถมองเห็นวิวมุมสูงไปยังบ้านเรือนชุมชนช่องแสมสาร ที่มีสะพานยื่นออกไปในทะเลเพื่อลำเลียงอาหารทะเลสดๆ เข้ามา แต่เราไม่ได้เก็บภาพมุมนี้มาฝากหรอกนะคะ แห่ะๆ เราเลือกเดินมาเก็บภาพโซนด้านข้างอีกด้านหนึ่งแทน จะเป็นมุมที่ประชาชนมักมานั่งพักผ่อนหย่อนใจและนั่งชมท้องทะเลพร้อมรับลมเย็นๆ  จะมีเรือประมงจอดเรียงรายบนผืนท้องทะเลอันกว้างไกล นับเป็นวิวที่งดงามสุดแสนประทับใจค่ะ




ย้ายมาอีกจุด ... ซึ่งอยู่ทางด้านหลังจะมีระเบียงกว้าง สามารถเดินออกไปชมวิวสวยๆ ด้านนอกได้  มุมนี้เป็นมุมที่เราบอกเลยว่าเป็นมุมที่สวยที่สุด ใครได้มายืนตรงนี้ คงไม่ต้องบอกกล่าวความรู้สึกอะไรกันมากมาย บอกได้เพียงแต่ว่า ฟ้าเป็นฟ้า ทะเลกับฟ้าแทบจะเป็นสีเดียวกันเลยค่ะ ภาพเบื้องหน้าเป็นเสมือนภาพวาดที่ติดตาตรึงใจจริงๆ ยามที่มองออกไปสุดสายตา จะเห็นฉากหลังเป็นเกาะต่างๆ โดดเด่นอยู่กลางทะเล ถือว่าเป็นจุดไฮไลท์ที่ใครได้เดินทางมาถึงที่นี่ ต้องห้ามพลาดที่จะมาเก็บภาพมุมนี้กันนะคะ




อีกหนึ่งจุดที่สวยไม่แพ้กัน แต่ต้องใช้ความขยัน เดินบันไดลงไปด้านล่างกันสักหน่อยนะคะ อิอิ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าทะเลสัตหีบสวยแทบทุกจุด และน้ำทะเลก็ใสสะอาดมากๆ แม้แสงแดดจะร้อนแรงแค่ไหน ยังต้องสยบกับความงดงามทางธรรมชาติเลยค่ะ ถ้าไม่ยอมทนร้อนก็จะไม่ได้ภาพสวยๆ นะจริงไหม ถึงจะดำก็ต้องยอม หุหุ แต่ทะเลตรงนี้จะไม่เหมาะที่จะลงเล่นน้ำสักเท่าไหร่ เพราะมีก้อนหินและโขดหินเป็นจำนวนมาก ถ้าจะมาเดินเล่น ถ่ายภาพก็โอเคอยู่ค่ะ เพราะว่าร้อน เพราะว่าแดดเปรี้ยง จึงไม่มีใครมาเกะกะหน้าเลนส์ เดินเล่นชิลๆ ถ่ายภาพกันต่อไป ฮ่าๆ 




หากสนใจจะเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อดำ .จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ผ่านไปยังถนนสุขุมวิทจนไปถึงอำเภอสัตหีบได้เลยนะคะ สำหรับถนนทางขึ้นสู่ยอดเขานั้น ถนนหนทางลาดยางเป็นอย่างดีตลอดทางค่ะ แต่ถนนก็ค่อนข้างเล็กแคบพอสมควร ประจวบกับมีรถชาวบ้านจอดข้างทาง อาจจะต้องมีหลบกันบ้างยามที่มีรถสวนทางค่ะ แต่หากได้ขึ้นมาก็คุ้มค่าแก่การเดินทางอย่างแน่นอน เพราะนอกจากได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังได้พบกับทัศนียภาพอันสวยงาม ทั้งทะเลและภูเขา และหากไม่รีบกลับ ... จะนั่งรอชมพระอาทิตย์ตก ก็เป็นอีกบรรยากาศที่ไม่เลวเลยนะคะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น