บ้านอีต่อง (ปิล็อก) หมู่บ้านในหุบเขา ทองผาภูมิ


บ้านอีต่อง ปิล็อก ทองผาภูมิ เป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ที่นี่เคยมีเหมืองแร่เก่าที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ปัจจุบันได้ปิดตัวลง คงเหลือเพียงหมู่บ้านอันแสนสงบไม่วุ่นวาย ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในหุบเขา ที่เต็มไปด้วยความงดงามทางธรรมชาติ และมีวิถีชีวิตของชาวบ้านทั้งชาวไทยและชาวพม่า กับมิตรภาพที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและความเป็นกันเอง ที่นี่เสมือนมีมนต์สะกด ให้นักท่องเที่ยวนิยมชมชอบ  และโหยหา อยากมาสัมผัสกับธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ โดยนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาเที่ยวที่นี่เกือบตลอดทั้งปีค่ะ


อีกหนึ่งไฮไลท์ของการมาเยือนบ้านอีต่อง ที่ใครๆ ต้องแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ บริเวณบ่อน้ำหน้าหมู่บ้านค่ะ หรืออีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ การเขียนป้ายไม้สุดคลาสสิคริมบ่อน้ำ จะมีร้านขายป้ายไม้เล็กๆ สำหรับห้อยกับระเบียงสะพาน จะเขียนชื่อ ความในใจ ชื่อตัวเองกับคู่รักก็เก๋ไปอีกแบบนะคะ หรือจะเลือกเขียนอะไรก็ได้ตามใจชอบ แล้วผูกแขวนไว้ริมน้ำหน้าตลาดบ้านอีต่อง ไว้เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งได้มาเยือนที่นี่แล้ว ส่วนแผ่นป้ายนี้ราคาเพียง 20 บาทเท่านั้นค่ะ 


ซึ่งบ้านอีต่องเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลปิล็อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีเพียงบ่อน้ำ ตลาด วัด เหมือง ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ แต่ที่นี่ก็มีความพิเศษ ตรงที่มีอากาศดีตลอดปี เพราะได้ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ จนถูกขนานนามว่า ... เป็นสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย ซึ่งระยะทางจากกรุงเทพฯ มาถึงปิล็อกประมาณ 370 กิโลเมตรเท่านั้น และปัจจุบันที่นี่ยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทาง ที่นักท่องเที่ยวหลายๆ คน ต่างมุ่งมั่นจะมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่กันสักครั้ง


เราเดินมาชมด้านหน้าตรงทางเข้าหมู่บ้านกันค่ะ จะเป็นโซนที่มีวิวสวยทีเดียว บ้านอีต่องเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีบ้านประมาณ 50 หลังคาเรือน สำหรับจุดนี้เป็นด้านหน้าหมู่บ้านนะคะ ที่มีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ซึ่งบ้านเรือนตลอดทั้งแถบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นโฮมสเตย์เกือบทั้งหมด ซึ่งโฮมสเตย์ในหมู่บ้านอีต่องที่เราเห็นๆ น่าจะประมาณ 10 แห่งได้ค่ะ ซึ่งที่พักส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านของชาวบ้าน ที่ได้นำมาปรับปรุงเพียงเล็กน้อยให้เป็นโฮมสเตย์ขนาดเล็กๆ ไว้สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว หากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางมากันเยอะ ควรโทรจองที่พักไว้ล่วงหน้านะคะ


เราเดินทางมาที่นี่ประมาณเดือนมิถุนายน กว่าเราจะนำมาเขียนบล็อกได้ วันเวลาก็ล่วงเลยมากว่า 3 เดือนแล้วค่ะ อิอิ ซึ่งช่วงเดือนมิถุนายนไม่น่าเชื่อเลยว่า เราจะมาสัมผัสบรรยากาศที่นี่ได้ถึง 3 ฤดู เพราะวันเดียวเจอทั้งแดด ฝน หมอก สลับกันไปทุกๆ หนึ่งชั่วโมงก็ว่าได้ แบบว่าเปลี่ยนอารมณ์กันไม่ทัน อากาศดี๊ดี บางทีก็มีแสงแดดอ่อนๆ บางครั้งก็สลับมีฝนโปรยปราย บวกกับมีหมอกปกคลุมในบางครา โอ๊ย!! เริ่ดมากๆ ขอบอก ฟินกันถ้วนหน้าเลยค่าาา


บ้านแต่ละหลังสร้างแบบเรียบง่าย และยังคงรูปแบบเดิมในครั้งอดีต ลักษณะเป็นบ้านไม้มุงด้วยหลังคาสังกะสีบ้าง บางหลังก็มุงด้วยกระเบื้องค่ะ พื้นที่ในหมู่บ้านไม่กว้างมาก เพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตามที่เราได้เกริ่นไว้ข้างต้น จึงทำให้เดินเล่นแป๊บเดียวก็ทั่วหมู่บ้านแระ ด้วยสภาพอากาศที่นี่ดีเป็นทุนเดิม จึงทำให้ดอกไม้ใบหญ้าก็สดชื่นตามไปด้วย ดอกไม้สวยๆ เราเก็บภาพได้ระหว่างที่เดินเล่นในหมู่บ้านค่ะ


เราเดินเล่นเรื่อยๆ ในหมู่บ้าน พร้อมกับสำรวจไปในตัว ก็พบว่าภายในหมู่บ้านอีต่อง แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ แต่ก็ซ่อนร้านรวงไว้หลายร้านทีเดียว ทั้งร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านขายเสื้อผ้าพื้นบ้าน ร้านขายของชำ ร้านขายโปสการ์ด ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ ที่นี่มีร้านอาหารทะเลด้วยนะคะ ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมอยู่บนเขาถึงมีอาหารทะเลได้ เนื่องด้วยหมู่บ้านอีต่องอยู่ห่างจากทะเลอันดามันเพียง 60 กิโลเมตรเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอาหารทะเลไว้บริการลูกค้าจ้าา


หลังจากเดินสำรวจภายในหมู่บ้านอีต่องจนทะลุปรุโปร่งแล้ว เราเดินต่อมาอีกนิดหนึ่ง บริเวณเหนือตลาดบ้านอีต่อง ก็จะพบวัดปิล็อกอยู่ด้านบนค่ะ มีลักษณะวัดเป็นศิลปะแบบพม่า ด้านบนสามารถขึ้นไปกราบพระธาตุได้นะคะ แต่ต้องถอดรองเท้าขึ้นไป ตามประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติแบบพม่าค่ะ แต่เราไม่ได้ขึ้นไปด้านบนหรอกค่ะ จึงไม่ได้เก็บภาพมาให้ได้ชมกัน เพราะว่าเจอฝนตกปรอยๆ เสียก่อน ไว้โอกาสหน้าถ้าได้มาเยือนที่นี่อีก จะไม่พลาดเก็บภาพมาให้ชมแบบละเอียดนะคะ